การคุมกำเนิดด้วยวิธีฝังป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงสุด

การคุมกำเนิดด้วยวิธีฝังป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงสุด

การคุมกำเนิดนั้นมีหลายวิธี แต่ วิธีที่ผมเลือกในท้ายที่สุดคือ การฝังยาคุม

ปัจจุบันผมไม่แน่ใจนะว่า การสอนเรื่องเพศศึกษาในบ้านเรานั้นสอนตอนอายุเท่าใด? และสอนลึกถึงระดับไหน? แต่คุ้น ๆ ว่า สมัยผม ม.ต้น ยังไม่ค่อยจะสอนอะไรกันเท่าใดนัก ซึ่งแน่นอนว่า เด็ก ม.ต้นสมัยนั้นมันรู้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว มันพร้อมปั๊มลูกแล้วด้วยซ้ำ ส่วนผมเองก็ไปซื้อหนังสือเรียนเพศศึกษาสำหรับเด็กประถมปลายของญี่ปุ่นมาอ่านแทน (การ์ตูนเพศศึกษาแปลไทย)

เอาเป็นว่า บ้านเรายังปิดกั้นเรื่อง sex แบบโง่ ๆ อยู่ ทำให้ไอ้เรื่องที่ควรสอนแม่งไม่สอน ไอ้เรื่องที่ควรบอกก็ไม่บอก แล้วก็คิดว่า “ไปบอกเอาเมื่อมันพร้อม” คือกว่าแม่งจะพร้อม แม่งก็เรียนรู้เอง ไปลองผิดลองถูกกันจนฉิบหายอย่างที่เห็นนี่ไง

ย้อนกลับไปเรื่องการคุมกำเนิด ว่าทำไมผมเลือกที่จะใช้วิธีฝังยาคุมแทน

 

การคุมกำเนิดในบ้านเราแบ่งกว้าง ๆ ออกเป็นสองประเภทคือ

  1. แบบธรรมชาติ เช่น นับวัน, หลังนอก
  2. แบบใช้ยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์

ซึ่งอยากจะบอกว่า ไอ้แบบธรรมชาติอย่าไปนับแม่งเลยเหอะ มันมีความเสี่ยงสูง คืออาจจะอ่านเจอกันมาว่า ปลอดภัย 80% เท่ากับถุงยางอนามัย แต่นั่นคือคำนวนจากคนสุขภาพดี มีความพร้อม และเชี่ยวชาญนะ ไอ้เด็กหัดทั้งหลาย อย่าไปทำตาม

ส่วนแบบใช้ยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ แบ่งออกกว้าง ๆ ดังนี้

  1. ถุงยางอนามัย เป็นทางเลือกที่แนะนำที่สุด มีอัตราการ “พลาด” อยู่ที่ประมาณ 80% อันเกิดจากถุงยางรั่ว ซึ่งน้อยมาก และ ปัญหาบ่อยสุดคือ การใส่ถุงยางอนามัยที่ขนาดไม่พอดี จนทำให้มันหลุด หรือ ไม่รีบถอดออกจนอ่อนตัว แล้วก็หลุดอีก หรือใส่ผิดวิธีจนแตก ซึ่งเป็นการคุมกำเนิดแบบเดียวที่ป้องกันโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธุ์ได้ ส่วนเรื่องประเภทที่มีแตกต่างกัน เช่นของชาย หรือ ของหญิงนั้น ผมละเว้นไว้แล้วกัน  ส่วนทางเลือกอื่น ๆ นั่น ป้องกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย จึงเหมาะกับคนที่ “วางแผนครอบครัว” ไม่ใช่มั่ว sex
  2. ยาคุมแบบฉุกเฉิน ก็ตามชื่อ คือใช้กรณีฉุกเฉินจริง ๆ เช่น ถุงแตก ถุงรั่ว โดนขมขื่น ไม่ใช่ให้ใช่ประจำ
  3. ยาคุมแบบแผง สำหรับต้องกินประจำ ถ้าขี้ลืมมักจะมีปัญหากับยาคุมแบบนี้ ซึ่งจะมีย่อยประเภทไปอีกราว ๆ 2 ชนิด ส่งผลคุมกำเนิดเหมือนกัน แต่ มีผลต่อร่างกายต่างกัน ไปตามอ่านต่อเอง ส่วนแบบ 21 หรือ 28 เม็ดนั้นจริง ๆ ไม่ต่างกัน แค่มีเพิ่มมาอีกเจ็ดเม็ดเป็นตัวช่วยนับ
  4. ฉีดยาคุม เป็นอะไรที่ง่ายดี เจ็บเดือนละครั้ง (หรือ สามเดือนครั้ง) ไม่ต้องกังวลว่าจะลืม
  5. แผ่นแปะคุมกำเนิด ใช้แปะร่างการแทนการกิน สะดวก ง่าย แต่ไม่เหมาะกับคนใส่ชุดเผยผิวเยอะ ๆ
  6. ใส่ห่วงคุมกำเนิด วิธีดั้งเดิมที่ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ต้องให้แพทย์ใส่ให้ และไม่เหมาะกับคนที่ไม่เคยตังครรภ์มาก่อน
  7. วงแหวนคุมกำเนิด ชื่อคล้ายกับการใส่ห่วง แต่ต่างกันเยอะ เพราะอันนี้ใส่เองได้ ใส่ค้างไว้สามสัปดาห์ เว้นว่างได้หนึ่งสัปดาห์ และ ต้องใส่ทุกเดือน ส่วนวิธีใส่ที่ว่าใส่เองได้นั้น ไปหาอ่านเอง มันไม่ได้ง่ายอะไรขนาดนั้น
  8. การฝังยาคุม ฝังเองไม่ได้ ต้องไปให้ แพทย์ใส่ให้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ผมเลือกใช้ในตอนนี้

ถ้าถามว่าแนะนำอะไร ผมยังแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัย เหมือนทั่ว ๆ ไปนั่นแหละ เพราะมันเป็นตัวเดียวที่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่โดยเหตุผลที่ผมไม่เลือกใช้วิธีนี้ มันมีปัจจัยอื่น ๆ อีก

เหตุผลหลักที่คู่ของผมไม่เลือกใช้ถุงยางอนามัยนั้นคือ “ภูมิแพ้ latex” ครับ อาการแพ้ latex หรือ น้ำยางธรรมชาติ คนเป็นมีน้อยมากครับ คือ มีแค่ ประมาณ 6% เท่านั้น ทำให้คนไม่รู้ว่าตัวเองแพ้อะไร อาการเบา แค่คัน ระคายเคืองก็ดีไป อาการหนักอาจจะ shock ได้

ซึ่งถุงอนามัยค่อนโลก เป็นแบบใช้ latex ในการผลิต ดังนั้นตัดทิ้งไปได้เลย ในช่วงก่อนที่จะหา ถุงยาอนามัยแบบ non latex เจอ คู่ผมจึงใช้วิธีทานยาคุมแบบแผงกันไป ซึ่งมันยุ่งยากพอสมควร  ทั้งในแง่ความสม่ำเสมอ และ ผลกระทบต่อร่างกาย

หลังจากที่หาถุงยาอนามัยแบบ non latex เจอ ก็เจอปัญหาอีกสองสามอย่าง

  • ราคาโหดสัด ขายปลีก จะชิ้นละประมาณ 75-100 บาท ย้ำว่าชิ้นละ 75 ซึ่งถุงยางอนามัยแบบบางทั่วไปจะกล่องร้อยเดียว มีสามชิ้น ตกชิ้นละ 35 บาท ไม่เกินนี้  ซึ่งปัญหาเรื่องราคานี้แม่งจิ๊บจ้อยมากกกก แต่ไอ้ข้อถัดไป แม่งไม่จ้อย
  • มันมักจะมีขนาดเดียว คือ 55mm ซึ่งหรับผมมันหลวมไปนิด เพราะปรกติผมใช้ 52mm แล้วหลวมไม่พอ แม่งสั้นไปอีกหน่อยอีก การที่ถุงยางอนามัยไม่พอดี มันคือความเสี่ยงที่จะทำให้ท้องสูงมากกกก คือ 20% นั่นแหละ

ก็เลยพยายามศึกษาเพิ่มเติม มาจบที่ การฝังยาคุมกำเนิด

  • ฝังครั้งเดียวคุมได้อย่างน้อย 3 ปี
  • ผลกระทบต่อร่างกายก็เหมือนยาคุมทั่ว ๆ ไป
  • ไม่มีแผลขนาดใหญ่
  • ไอ้ยาคุมที่ว่าก็ไม่ได้ใหญ่อะไร

ส่วนข้อเสียเลย

  • มีฝัง ก็ต้องมีถอด เมื่อหมดอายุก็ต้องไปถอด
  • จะฝังได้ ต้องอยู่ในช่วงมีประจำเดือน ไม่เกิน 5 วัน ซึ่งหมายความว่า ฝ่ายหญิงจะร่างกายอ่อนแอะ และ sensitive อยู่แล้ว
  • ตอนฝังจะต้องฉีดยาชา แล้วกรีดจึ้กนึก ยัดยาเข้าไป
  • แน่นอนว่าส่งผลให้ เจ็บ ตึง ไปหลายวัน

 

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย?

ยาคุมแบบแผง ก็ เดือนละ 150 บาท

ถุงยางแบบ non latex แบบบาง ก็ ครั้งละ 75 บาท

ยาคุมแบบฝัง ครั้งละ 700 บาท

จบไหม?

 

แต่ย้ำนะว่า การคุมกำเนิด ไม่ใช่การป้องกันการติดโรคทางเพศสัมพันธุ์ ถ้าไม่อยู่ในระดับการวางแผนครอบครัวไปใช้ถุงยางไป

Comment