เริ่มต้นหัดยิงธนูไม่แพงอย่างที่คิด

เริ่มต้นหัดยิงธนูไม่แพงอย่างที่คิด

“ยิงธนู เป็นกีฬาคนรวย” จะเริ่มต้องใช้เงินเป็นหมื่น ๆ ไม่ใช่ว่าใครจะเล่นได้
ถ้าเคยได้ยินใครบอกแบบนี้มาแล้วท้อ ไม่อยากลอง ให้ลบความคิดนั้นให้หมดครับ แล้วลองดูรายละเอียดก่อน
ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนนะครับว่า การยิงธนูนั้นก็เหมือนกีฬาทั่ว ๆ ไป ที่มีอุปกรณ์ให้เช่าเล่นได้ และ ถ้าใครพอใจจะซื้อเองก็ได้ สำหรับคนที่ไม่เคยรู้อะไรเลย ไม่เคยเล่นมาก่อน ไปลองเช่าดูก่อนได้ครับ

สนามยิงธนูในกรุงเทพนั้น เท่าที่ผมทราบ มีอยู่สองที่

หนึ่งคือ สนามยิงธนูพระราม 2

กับ สนามยิงธนู Achery Thai ตรงแยก เหม่งจ๋าย

ซึ่ง Culture ของทั้งสองที่นี้จะต่างกันครับ แบ่งตามชนิดของ ธนู ที่นิยมกัน คือ พระราม 2 เน้น traditional ส่วนที่ achery thai เน้นที่ olympic recurve (จะอธิบายตอนหลัง เพราะว่า)

แต่พูดก็พูดเถอะ เอาไปยิงสลับที่กันก็ไม่มีใครว่าดอกครับ เพราะ สุดท้ายก็ยิงไปที่เป้าเหมือนกัน ใครชอบแบบไหนก็เล่นไปเหอะ

ของผมตอนไปยิงธนูครั้งแรกนั้น ผมไปที่ Achery Thai ครับ เพราะว่า เพื่อนผมยิงที่นั่น การจะเริ่มอะไรสักอย่างนั้น ต้องเริ่มที่ความสนใจเสียก่อน แล้วก็ เดินไปลองเลย อย่าคิดเยอะ เดี๋ยวจะไม่ได้ทำอะไรกันพอดี

เอาหล่ะ มาถึงเรื่องสำคัญกันดีกว่า คือ “ค่าใช้จ่าย”

สำหรับคนที่ยังไม่คิดจริงจัง ยิงเล่น ๆ หรือ อยากลองนั้น ราคาของการยิงธนูนั้น ไม่ถูกแน่นอนครับ แต่ไม่ได้แพงขนาดจับต้องไม่ได้

อย่างสนาม Achery Thai นั้น ค่าบริการนั้นจะแย่ออกเป็นสามส่วนครับ

คันธนู และ ลูกศร 6 ดอก = 240/hr

ค่าเช่าสนาม = 60/hr

สำหรับเป้า จะมีเป้าเก่า ๆ ที่ติดอยู่กับ แท่นรับดอกศรอยู่แล้ว ยิงเล่นได้เลย ส่วนใครที่ คิดว่า อยากวัดคะแนนตัวเอง ก็มีเป้าขายครับ อันละ 10 – 30 บาท แล้วแต่ขนาด กับความเก๋า

แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเป้านั้นไม่จำเป็นครับ เอาแค่ยิงเกาะกลุ่มได้ก็เก่งแล้ว

การยิงเบื้องต้นนั้น ไปสัก 2 ชั่วโมงกำลังสวยครับ พักได้บ้าง ได้ฝึกได้ลองเต็มที่

สำหรับคนที่ไม่เคยไปยิงมาก่อนเลย ไม่รู้กติกาอะไรเลย ทางสนามเขาก็มี course สอนครับ เรียกว่า Discovery ไม่คิดค่าสอนใด ๆ ทั้งสิ้น ก็แค่ เช่าธนู กับ สนามเท่านั้นเอง

เพียงแต่ Discovery นั้นจะมีเป็นรอบ ๆ ครับ ไปอาจจะต้องรอก่อน หรือไม่ก็เช็คเวลาก่อนที่จะไป อย่างของผมนั้น ทราบจากเพื่อนอยู่แล้วว่า รอบ discovery มีประมาณ 11:00 ผมก็ไปตอนสิบโมงกว่า ๆ รอนิดนึง

สำหรับพื้นฐานการสอนนั้น เขาจะตั้งแท่นรับดอกศร (back stop) ที่ 5 เมตร (จะมีระยะเพิ่มขึ้นอีกทีละ 5 เมตร สำหรับคนที่เก่งแล้ว) แล้วก็สอนพื้นฐานการยิงธนูและมารยาทที่ควรทราบกับเราก่อน

มารยาทขั้นพื้นฐานในการยิงธนู

1. ในสนาม จะมีสัญญาณ กริ่ง ดังเป็นช่วง ๆ ที่สัมพันธ์กับนาฬิกาที่อยู่ในสนาม (รูปไม่ค่อยเห็น เพราะผมลืมถ่าย สังเกตุดี ๆ ที่เสาจะมีนาฬิกา digital อยู่ครับ

นาฬิกานี้จะแบ่งเป็นสามช่วง
  • 240 sec – ช่วงเวลายิง ห้ามเดินเข้าไปในสนามเด็ดขาด
  • 60 sec – ช่วงเวลาเก็บดอกศร ห้ามยิงเด็ดขาด
  • 10 sec – ช่วงเวลาเตรียมตัว ห้ามเดินเข้าไปในสนามเด็ดขาด แต่จะเริ่มยิงเลยก็ได้
เวลาจะประมาณนี้ครับ แต่จะเร็วกว่า ก็ได้ ถ้า รอบนั้น ทุกคน ยิงหมดแล้ว หรือ เก็บหมดแล้ว แต่จะใกล้ ๆ กันประมาณนี้แหละ

ดังนั้น ในหนึ่งชั่วโมง เราจะมีโอกาสยิงได้ราว ๆ 12 รอบ รอบหนึ่ง ยิงได้ 6 ดอก (มารตรฐาน 1 ชุดจะมี 6 ดอก ใครซื้อเยอะกว่านั้นก็แล้วแต่) หรือ 72 ดอก ต่อชั่วโมง

 

2. ที่พื้นสนาม จะมีเส้นอยู่หนึ่งเส้น เรียกว่า Shoot line

เส้นนี้ ไม่อนุญาตให้ข้ามเด็ดขาด เมื่อนาฬิกาอยู่ในช่วงยิง แต่อนุญาตให้ ยื่นคร่อมได้ นั่นคือ ล้ำออกไปได้หนี่งขา อีกขาต้องอยู่หลังเส้น
3. ถ้าลูกธนูหล่น และ ข้าม shoot line ไป “ห้าม” ก้มลงไปเก็บเด็ดขาด เพราะจะมีสถานะเหมือนข้ามเส้นไปนั่นเอง
มารยาทพื้นฐานทั้งสามข้อนั้น มีไว้เพื่อ ความปลอดภัย เป็นหลักครับ
พื้นฐานเกี่ยวกับการยิงธนู
1. องค์ประกอบของธนู
ส่วนแรกของธนูนั้นลองดูภาพนี้แล้วกันครับ จะอธิบายทีละส่วน
Image Source : Wikipedia
สำหรับคนหัดยิง สนใจแค่ไม่กี่ส่วนพอครับ นั่นคือ
  • Riser หรือ คันธนู ส่วนนี้จะครอบคลุม จุดวางดอกศร ที่จับ หรือ ศูนย์เล็งทั้งหมด เป็นเหมือน แกนหลางของคันธนู
  • Limb หรือ แขนทั้งสองข้าง จุดนี้จะเป็น ตัวที่โค้งและสร้างแรงสำหรับการยิงดอกศรออกไป
  • String หรือ สายธนู ในส่วนนี้จะมีตรงกลางเส้น ที่มีร่องอยู่ สีจะต่างออกไปหน่อย และมีจุด ที่จะ lock ดอกศร ที่เรียกว่า Nock อยู่ด้วย
  • Arrow Rest คือจุดที่รองรับลูกธนู เวลาเราพาดสาด เพื่อจะเล็งยิงนั่นเอง
  • Sight หรือศูนย์เล็ง (ต้องอธิบายไหมเนี่ย?)
สำหรับส่วนอื่น ๆ นั้น ไม่ Need สำหรับคนหัดใหม่ครับ รู้ไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
  • Clicker เป็นสัญญาณบอกจังหว่ะ การน้าวสาวจนสุด แล้วปล่อยเลยไม่มีรั้งไว้
  • Stabilizer thered เป็นจุดสำหรับเสียบตุ้มถ่วง เพื่อสร้างสมดุลของธนู

2. ข้อห้ามในการใช้ธนู

ส่วนใหญ่ก็เหมือนทั่ว ๆ ไปครับ คือห้ามเล็งคน ห้ามเอาไปใช้ผิดประเภท แต่สิ่งหนี่งที่ห้ามขาดเลยคือ
“ห้ามน้าวสายเปล่า ๆ แล้วปล่อยเด็ดขาด”
ถ้าน้าวสาย แล้วพาดดอกศรยิง ทำได้
น้าวสายเปล่า แล้วค่อย ๆ คืนกลับทำได้
ทั้งนี้เพราะว่า Limb ที่เป็นตัวสร้างแรงนั้น เมื่อน้าวสายแล้ว แรงกระทำ ควรจะส่งไปที่ลูกธนูให้พุ่งออกไป แต่ถ้าเป็นสายเปล่า แรงนั้นจะสะท้อนกลับไปที่ limb แทน ซึ่งจะส่งผลให้เสียหายได้
ตามมารยาทแล้ว ถ้าคุณไปดึงแล้วปล่อยธนูของใครเล่นเปล่า ๆ หล่ะก็ เขาจะบังคับคุณซื้อ limb ของเขาทันทีครับ เพราะ ไม่หักต่อหน้าต่อตา เดี๋ยวมันก็หักสักวันนึง เรียกว่า ทำครั้งเดียวแล้ว ใช้ไม่ได้เลย อันตรายเกินไป เพราะมันจะหักฟาดหน้าคุณได้สักวัน
สำหรับ form การยิงนั้น เดี๋ยวไปเรียน Discovery แล้ว อาจารย์เขาจะสอนเองครับ ไม่ต้องห่วง ไปลองจับของจริงจะได้มากกว่า อ่านตรงนี้ ส่วนเรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วงครับ เขาจะมี arm guard กับ finger guard ให้ด้วย ตอนเช่า ไม่มีปัญหาแน่นอน
มาดูข้อสงสัยที่เหลือกันดีกว่า นั่นคือ
ชนิดของธนู
ชนิดของธนูนั้น จะแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ๆ
แบบแรกคือ Olympics Recurve หรือธนูมาตรฐานในปัจจุบัน ธนูประเภทนี้ ใช้ยิงเป็นกีฬา, แข่ง หรือ ฝึกก็ได้ อย่างธนูที่เอามาให้เราเช่าฝึกนั้น คือ ประเภทนี้แหละ แบบนี้มีหลายราคาครับ อยู่ที่เราเลือกเอง สำหรับคนหัดทั่วไป หรือ ฝึกเอาหวังผล จะใช้แบบนี้แหละ ธนูประเภทนี้จะมีศูนย์เล็ง stabilizer ติดอุปกรณ์ ตาม Technology บางส่วนเพิ่มไว้ครับ
แบบที่สองนั้น เรียกว่า Traditional ครับ ประเภทนี้ คนยิงมีน้อย เพราะใช้ยากไปนิด และ เป็นธนูที่ มีความ plain ที่สุด ใกล้เคียงกับแบบดั้งเดิมที่สุด คือ คนยิงมีไม่เยอะ ผมเลยไม่ได้ถ่ายมา แต่ที่ผนังมีครับ ลองดู ขออภัย ไม่ได้ถ่ายชัด ๆ มา
แบบ Traditional นี่เป็นที่ใฝ่ฝันของผมเลยนะ แต่ มันฝึกยากกว่า และ พวกนี้ไม่มีอุปกรณ์ประเภท stabilizer หรือ ศูนย์เล็งติดครับ ไม่สามารถติดเพิ่มทีหลังได้ด้วย เพราะไม่มี slot หมายความว่า เลือกมาทางนี้แล้วไปเลย กลับมาไม่ได้
แต่เพื่อนผมบอกว่า ถ้าคุณใช้ Olympics Recurve แล้วถอด ตัวช่วยออกหมด มันก็ Traditional เราดี ๆ นี่เอง แค่ look อาจจะดูไม่ Classic เท่า
 
ส่วนแบบที่สามนี่คนนิยมไม่แพ้กันครับ คือ Compound หรือที่เรียกว่าธนูทดแรง ธนูประเภทนี้ จะต่างกับสองแบบแรกอย่างสุดกู่
เนื่องจาก ธนู Compund นั้น จะมีรอกทดแรงอยู่ ทำให้น้ำหนักในการยิง ยิงได้แรงกว่า และการน้าวสายนั้น จะน้าวสายจนสุด และมีตัว lock ทำให้เราไม่ต้องออกแรงดึงสายไว้ตลอด
ตอนปล่อยธนู ก็จะมี ไก สำหรับปล่อยแยกต่างหากอีก
Compound Bow นั้นจะใช้ล่าสัตว์ หรือ แข่งเป็นหลัก มี nature ที่ต่างกันออกไปมาก ต้องลองครับแล้วจะรู้ (คนเขียนยังไม่ได้ลอง เพราะดู แนวแล้วไม่โดน)
 
สำหรับเรื่องธนู นั้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ยิ่งใช้ไปแล้วจะรู้อีกครับ เช่น น้ำหนักในการน้าวสาย คนเริ่มต้นเป็นเด็กหรือผู้หญิง เขาอาจจะตั้งให้ที่ 20 ปอนด์มา
แต่ผู้ชายอาจจะตั้งที่ 24 ปอนด์ที่เป็นมาตรฐาน สำหรับบางคนที่เก๋า ๆ แล้วอาจจะตั้งที่ 30 ปอนด์ก็ได้
 
สำหรับที่ Achery Thai นั้น เขาจะมีชุดสำเร็จรูปให้เลือกได้เลยนะครับ ไม่ต้องไปเลือกเอง
ซึ่งแต่ละชุดนั้นมีความ “เทพ” ต่างกันครับ ราคาเลยแพงไม่เท่ากัน
เพียงแต่ ผมยังไม่แนะนำให้ซื้อครับ มันมีเหตุผลดังนี้
1. ชุดสำเร็จรูป บางทีแล้วมันครึ่ง ๆ กลางครับ ๆ เพิ่งเงินอีกหน่อย ก็จะได้ของที่ดีกว่า และคุ้มกว่า เช่นไอ้ชุดประมาณ 6000 นี่ถ้าเพิ่มเป็น 10,000 น่าจะได้ดีกว่ามาก

 

อย่างชุดของเพื่อนผมนี่ ประมาณ 25,000 โดยการเพิ่มนู่นเพิ่มนี่เข้าไป

upgrade กระเป๋าให้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ดีสุดครับ

คือกระเป๋าแบบนี้ต้องแยกส่วนธนูแล้วเก็บ เก็บทั้งที่ขึ้นสายไม่ได้ แต่ใบแพง ๆ ได้ ซึ่งข้อเสียคือ มันจะยาว อาจจะขนไปมาลำบากนิดนึง

 

ที่สำคัญคือ ธนูที่ขายนี่ มีผ่อน 0% 10 เดือนอีกต่างหาก

ขออภัยด้วยครับ ข้อมูลตรงนี้ผิดพลาดครับ เป็นความผิดพลาดของผมเองที่ไม่คุยกับเพื่อนให้ดี จนมีคนเอา blog ผมไปสอบถามที่ร้านเรื่อง ผ่อนครับ ของเพื่อนผมนี่ ผ่อน 10 เดือนจริงครับ แต่มันบอกไม่ครบ ผมเองก็ผิด ที่ทึกทักไปเองว่า “ผ่อน 0%”

เพื่อนผมใช้รูด credit card เต็มกับทางร้าน แต่ โทรไปขอผ่อนกับทางธนาคารครับ


ขออภัยในความผิดพลาดตรงนี้ด้วยครับ

 

คราวนี้มาถึงประเด็นแล้วว่า ซื้อธนูสักชุด หรือ เช่าเล่นไปเรื่อย ๆ ดีกว่า?

ต้องลองตั้งประเด็นกันสักนิดครับว่า จะแค่ยิงเอามันส์ หรือ จะเอาผลงานด้วย คือธนูเช่านั้น เราจะหวังผลกับมันได้แค่ “ยิงเกาะกลุ่ม” เท่านั้น ซึ่งกว่าเราะจะฝึกให้ยิ่งเกาะกลุ่มได้ก็กินเวลาไม่น้อยเหมือนกัน บางคนอาจจะ 10 ชั่วโมง บางคนอาจจะ 50 ชั่วโมง เป็นต้น

แต่เมื่อยิงเกาะกลุ่มได้แล้ว ธนูเช่า จะเริ่มไม่ตอบโจทย์ของเราในการยิงหวังผลแบบเก็บคะแนนหรือระยะแล้ว เช่นศูนย์ ต้องมาคอยตั้ง หรือ Limb ไม่ดีพอ Riser ไม่เหมาะกับมือเป็นต้น

สำหรับคนที่จะยิงธนูไปรอดคุ้มกับเงินที่เสียไปหรือไม่นั้น? เขาว่าให้มาลองยิงให้ครบ 10 ครั้งก่อน แล้วค่อยถามตัวเองอีกทีว่า “ติดใจไหม?” อยากได้ธนูของตัวเองหรือยัง?

แต่มีอีกแนวคิดนึงที่น่าสนใจนะครับ

ลองคำนวนราคากันก่อนนะครับ สมมติว่า คุณ ซื้อ set คุณภาพกลาง ๆ ค่อนไปดีหน่อยคือ งบประมาณ 10,000 บาท

ค่าเช่าคันธนูชั่วโมงละ 200 บาท ครั้งละ 2 ชั่วโมง เท่ากับว่า วันละ 400 บาท

สมมติ คุณไปยิงสัปดาห์ละครั้ง เดือนหนึ่งก็ 1600 บาท

1600*6 = 9,600 บาท

หรือต้องไปยิงต่อเนื่องกัน ทุกสัปดาห์ เป็นเวลา ครึ่ง ปี คุณถึงจะคุ้มค่าธนูชุดที่ซื้อมา

แต่ถ้าไปแค่เดือนละ 2 ครั้ง ก็ 1 ปี

ไปเดินละครั้ง ก็ 2 ปี

ลองคิดดูนะครับว่าคุณจะไปยิงธนูเป็นประจำได้นานขนาดนั้นไหม? อย่าให้มันกลายเป็นงานอดิเรกราคาแพงที่เล่นแป๊ป ๆ แล้วก็เบื่อไปเลย

สำหรับผมนั้นยังช่างใจอยู่ครับ ว่าจะไปต่อดีไหม? เดี๋ยวว่าจะไปลองยิงอีกสักครั้ง แล้วค่อยว่ากันอีกที ไม่งั้นผมก็ยอมจ่ายเงิน ยิงแก้เครียดดีกว่าไปซื้อธนูของตัวเองนั่นแหละ (กว่าจะได้ติด สงสัยรอสอยมือสองต่อจากเพื่อนแทนฮาาา)

 

Comment