“กินเจ” ไม่ใช่ Vegetarian แต่ คำนี้ไม่มีแปลไม่ได้

ไหนก็ไหน ๆ เปลี่ยนแนวแล้วทั้งทีก็เขียนเล่าอะไรที่เข้ากับ เทศกาลสักหน่อยแล้วกัน ซึ่งเทศกาลที่ใกล้เข้ามาตอนนี้ก็คงไม่พ้นเทศกาล กินเจนั่นเอง หลาย ๆ คนก็เริ่มที่จะ “ยัด” ก่อนเริ่มเจ บางคนก็เริ่มตั้งเป้าแล้วว่าจะเจนานแค่ไหน? หลาย ๆ ร้านรวงก็เริ่มเอา Product เจ มาลง แม้กระทั่ง product แปลก ๆ ก็โผล่มาให้ อย่างเช่น

“ซาลาเปาเจไส้เป็ดย่าง”

มันก็คิดกันไปได้วุ้ย

เรื่องการกินเจมีมานานนม แต่เรื่อง ประวัติศาสตร์ ที่ไปที่มา ความเชื่อ หรือวิธีการกิน เงื่อนไขข้อกำหนดอะไรพวกนั้น ผมของข้ามไปแล้วกันครับ เพราะว่าคุณคงไปหาอ่านที่ไหน ๆ ก็ได้ แต่ถ้าถามผมว่า “เรื่องไหนที่เชื่อถือได้” ผมก็คงตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าเราไม่มีหลักฐานบันทึกไว้อย่างชัดเจนเสียด้วยสิ

แต่ที่จะเล่าให้ฟังวันนี้คือความใจผิดในการใช้ภาษาสักนิดหน่อยแล้วกัน นั่นคือ

กินเจ = Vegetarian

ถ้าเป็นคนที่เข้าใจทั้งสองคำดี ก็คงจะเข้าใจดีว่า มันต่างกัน แต่ทว่า หนังสือ หรือ อุปกรณ์แปลภาษาอัติโมมัติก็ยังแปลผิดอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่ว่าเขาครับ มันเป็นเรื่องส่วนนละเอียดเฉพาะทาง ถ้ามองผ่าน ๆ อย่างมักง่ายก็คงเห็นเหมือน ๆ กัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะแปลผิด

ถ้าผมจะด่าก็คงเป็น แปลผิดแล้ว เตือนแล้ว แถ ไม่ยอมรับ ไม่ยอมแก้ กับ “ยี่ห้อนี้พ่อกู เขาทำถูกแล้ว” สองจำพวกนี้เท่านั้นแหละ

เอางี้เรามาดูกันดีกว่าเจต่างกับ Vegetarian อย่างไรบ้าง?

  1. แนวคิดในการกิน
  2. ช่วงเวลา
  3. ของต้องห้าม

แนวคิดในการกิน

ตอนนี้การกินเจเป็นเรื่องของบาปบุญ เป็นเรื่องของการละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ละการเบียดเบียน ทานแต่พืชผักให้จิตใจผ่องใส

ส่วนน Vegetarian มองว่าเป็นการทานเพื่อสุขภาพ ละเว้นเนื้อสัตว์ และไขมันสัตว์ ที่มีมากเกินไป

 

ช่วงเวลา

กินเจเป็นความเชื่อ บางคนกินทั้งปี บางคนกินเมื่อมีโอกาส แต่มีเทศกาลกินเจทุกปี ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นกุศโลบายให้คนหันมาทานเจกันมากขึ้น สักช่วงเวลาหนึ่งก็ดี บางทีอาจจะมีบางคนหันมาทานเจยาว ๆ เลยก็ได้

แต่ Vegetarian ไม่ใช่หน่ะสิ เขาเป็นแนวคิดเพื่อสุขภาพ ดังนั้นเขาก็ทานของเขาไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องมีเทศกาล ไม่ต้องชักจูงใคร อะไรทั้งนั้น ใครอยากจะทานก็ทาน เอาตามความสะดวกของตน

 

ของต้องห้าม

ถึงบอกว่าการกินเจจะทานแต่ผักแต่ก็ยังมีข้อยกเว้นบางอย่าง พวกผักที่มีกลิ่นฉุนเช่น ต้นหอม, หัวหอม, ลักเกียว, กุ้ยช่าย พวกนี้ทานเจก็ห้ามทั้งทางความเชื่อ และ เวชศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังรวมไปถึง พริกที่ไม่ได้ระบไว้ด้วย เพราะว่าความเชื่อการทานเจคือห้ามทานอาหารรสจัด อีกทั้งงดเว้นการสูบยาทุกชนิด อาหารยกเว้นก็มีตามความเชื่อบางสายที่ว่าสามารถทานหอยนางรมได้อีกด้วย

แต่ Vegetarian ไม่ใช่ครับ เขามองว่าการทานของเขาเพื่อสุขภาพ ไม่ได้มีความเชื่อ หรือข้อห้ามข้อบังคับอะไร ดังนั้นแล้วเขาจึงทานอาหารบางอย่างเพื่อบำรุงสุขภาพได้ นั่นคือ ไข่ไก่ และ นมวัว ซึ่งแน่นอนว่า เจทานไม่ได้ ส่วน Vegetarian ที่ไม่แตะเนื้อสัตว์เลย เขาจะเรียกว่า Vegan ครับ คนกลุ่มนี้จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง

 

แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้ Vegan ก็ยังทาน กระเทียม, หัวหอมได้ หมายความว่าถ้าคุณดันทุรังไปใช้คำว่า Vegetarian เพื่อบ่งบอกว่าคุณกินเจ คุณอาจจะเจออาหารที่ใส่หอมใหญ่มาด้วย

 

ความเข้าใจผิดเรื่อง กินเจ = Vegeterian ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ คนจำนวนมากยังเข้าใจผิดเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่คุณดอก ขนาดโรงแรม 5 ดาว ยังเข้าใจผิดเรื่องนี้เลย ทำความสับสนกันวุ่นวายจนเกิดเรื่องขึ้นมา

 

 

อย่างเช่นครั้งหนึ่ง Guest มาสั่งอาหารโดยบอกเอา Menu นี้ ๆ แล้วบอกว่า เขาเป็นคนทานเจ ให้ปรุงเป็นเจ ให้หน่อยได้ไหม? พนักงานที่รับ order ก็กระแดะ ไปแปลบอกพ่อครัว (คนไทยทั้งคู่) ว่า

“แขกคนนี้เป็น Vegetarian ทำ Menu นี้ให้เป็น Vegetarian Meu ได้ไหม?

 

เอ้าจัดไป อาหารที่ เสิร์ฟให้ Guest เลยกลายเป็นว่า ใส่ทั้งหอมใหญ่ กระเทียม เต็มที่ ก็โดนแขกด่าสิครับ

 

 

อีกเรื่องก็ไม่แตกต่างกัน แต่แขกคนนี้บอกว่าตัวเองเป็น Vegetarian สั่ง นี้ ๆ ๆ พนักงานที่รับ order ก็แรด ไปบอกพ่อครัวว่า

“แขกเป็นเจอยากทาน Menu นี้”

ซึ่งพ่อครัวก็ต้องปฎิเสธไป เพราะ Base มันมีผักต้องห้ามอยู่ด้วย เปลี่ยน Menu ไปหลาย ไปจบที่ว่า แขกสัก Aglio Oreo หรือก็คือ Pasta ผัดกับ Olive Oil, กระเทียม, พริก นั่นเอง

 

นึกภาพออกไหมครับ? Aglio Oreo ที่ทำแบบเจจะออกมาอย่างไร?

 

สรุปเป็น เส้น pasta ผัดกับ Olive Oil เปล่า ๆ นั่นเอง แขกก็ด่าเปิงสิครับงานนี้

 

 

อ้อนึกขึ้นได้ว่า Vegetarian นี่มีข้อยกเว้นอีกบางอย่างนะ ถ้าจำไม่ผิดเขาดื่ม Soup หรือ Stock ที่ทำจากสัตว์ได้ด้วยนะ อย่างที่บอกเขาไม่ได้มองว่าเป็นความเชื่อทางศาสนา ที่ต้องตัดให้ขาด แต่เขามองว่าเพื่อสุขภาพของเขาต่างหาก

 

 

 

ดังนั้นแล้ว การกินเจ จึงยังไม่มีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยตรงครับ มันไม่ตรงกันเสียทีเดียว จึงไม่ควรเอาคำใดมาเทียบเคียง

แล้วจะแปลอย่างไร?

 

ก็ทับศัพท์ไปเนี่ยแหละครับ แล้วเขียน อรรถาธิบายไว้ เหมือนที่หลาย ๆ คำเราเจอกันเพราไม่มีในไทย

อย่างตำแหน่ง Bishop , Lord อะไรพวกนี้ เราเทียบเคียงได้ แต่เราแปลได้ไหมหล่ะครับ? ระบอบการปกครอง ระดับขุนนางก็ไม่ตรงกัน จะแปลได้ที่ไหน

 

 

ลองคิดดูว่า คุณจะแปลคำว่าง ราชภัฏ เป็นภาษาอังกฤษอย่างไร?

หรือเวลาเขียนชื่อคุณ นามสกุลคุณ ที่มีความหมายเช่น “สมชาย” คุณจะแปลเป็น Like a man ไหมหล่ะ?

 

แถมท้าย ทานเจ เพื่อได้บุญ?

แนวคิดว่าทานเจเพื่อให้ได้บุญ ผมว่าเป็นแนวคิดที่โคตรงี่เง่าเลยนะ ทั้งทางศาสนา และ ทั้งทางวิทยาศาสตร์

ในเชิงวิทยาศาสตร์ เราก็ทราบดีว่า พืช ผัก ก็ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิต การงดเว้นการฆ่าสัตว์ แต่ไปตัดชีวิตพืชมันได้บุญตรงไหน? อาจจะอ้างว่า พีชไม่มีความรู้สึก งั้นถ้าเป็นสัตว์ที่ประสาทสัมผัสบกพร่อง ไม่เจ็บ ไม่ปวด ก็ทานได้ไม่บาปงั้นสิ?

 

ส่วนเชิงศาสนา การละเว้นได้บุญนั้นเป็นแนวคิดทางพุทธ แต่นั่นหมายถึงการและใจ ตัดแล้วให้อภัย ละไป จึงได้ผลบุญจากการตัด แต่การทานเจ ที่ใช้คำว่าอดทน ฝืนไว้ แล้วทานอาหารเลียนแบบ เพื่อปลอบประโลมใจดุจว่าได้ทานเนื้อแล้ว มันได้บุญตรงไหนฟะ?

 

เรื่องทานเจเป็นเรื่องแนวคิดความเชื่อที่ของใครของมันไปเถอะครับ ผมเฉย ๆ

แต่ก็สารภาพเหมือนกันว่า ตอนมีแฟน แฟนมาหาที่บ้านแล้วก็บอกว่า

 

“พี่ต่อนุ่นกินเจนะ ที่บ้านแม่เขากิน”

 

อยู่กับผมแป๊ปเดียวพาไปเจแตกเรียบร้อยครับ ยิ่งที่บ้านคุณเธอไม่ทานเนื้อวัว อยู่กับผม ผมจับทานเนื้อวัวเรียบ จนเป็นชอบไปเลยด้วยซ้ำ ฮา

Related Post

Published by

darkmaster

ถ้า Blogger ทุกคน Review แต่ข้อดีเหมือน ๆ กันหมด โลกนี้คงน่าเบื่อแย่ หากจะมี Freak สักคนที่บอกข้อเสียทุกด้านคงไม่ผิดกระมัง?

Comment