Nama Sushi Bar

Nama Sushi Bar

อย่างที่เคยพูดอยู่เสมอ เหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ได้ไปลองร้านใหม่นั้นคือ Promotion ร้านไหนลดราคาต้องไปลอง ก่อนที่มันจะไม่ลด เราเป็นเหยื่อการตลาด ทาส Promotion

แต่ก็นะ ไม่มีอะไรเสียหายนี่ ยิ่งถ้าร้านไปไม่อยากอย่า Nama Sushi Bar ด้วย

Nama Sushi Bar อยู่ที่ BTS ราชดำหริ เดินเข้ามานิดเดียวประมาณ 2-3 นาที เดินเข้ามายังไงก็ไม่หลงหาง่ายมาก เพราะร้านอยู่ริมถนนเห็นกันง่ายๆ เลย ขนาดร้านไม่ใหญ่ เต็มที่น่าจะ 25-20 ที่ ก็เต็มแล้ว

Nama Sushi Bar

เป็นร้านที่ตกแต่งโทนสว่าง สบายตา ไม่อึดอัน ที่นั่งแต่ละโต๊ะจัดหากันพอสมควร

Nama Sushi Bar's moodHot Green Tea_DSF2129.jpg

 

สำหรับการไปลองร้านใหม่หรือการไปด้วย Promotion แบบนี้ ผมก็จะสั่งแต่ของ Promotion มาลองนั่นแหละ ถ้าดีก็ดีไป ถ้า promotion เรียกลูกค้ายังแย่ ก็คงไม่ต้องสืบกันอีก

 

จานแรกที่ลองคือ Gyoza หมู 

Pork GyozaPork Gyoza

เป็น Gyoza ย่างที่ทำมาได้ไม่เลวอยู่ แป้งหนากำลัง แต่กลายเป็นว่าไส้น้อยเกินไป ทำให้สัดส่วนของแป้งเยอะกว่าไส้ รสชาดเลยอ่อนไป ขาดพลังไป อีกทั้งใช้วิธีปาดแป้งติดกัน ไม่ได้พับจีบแน่นอนว่า แป้งไม่ได้เผยอหลุด แต่การที่รสอ่อนตรงนี้ไม่รู้เพราะไหลออกไปตอนย่างหรือเปล่า? เทียบแล้วไม่คุ้มราคาโคตร ๆ ต่อให้ราคา promotion ก็เหอะ

 

จานที่สอง XL Engawa & Salmon Don

Duo Engawa & Salmon Don

คำว่า XL นั้นไม่ได้ล้อเล่นครับ ชามใหญ่จริง ขนาดของชามนั้นเท่ากับราเมงชามใหญ่ ๆ ของบางร้านได้เลย เส้นผ่านศูนย์กลาง น่าจะประมาณ 8″ ได้

แต่ก้นชามสอบเข้ามาพอสมควร ทั้งสองด้าน ก็เลยไม่ได้มีปริมาณเยอะอะไรขนาดนั้น ปริมาณก็เท่า ๆ กับ Donburi ของร้านปรติทั่วไป

Salmon Don

จากรูปลักษณ์จะเห็นได้ชัดว่า Nama Sushi Bar เป็น Style Fusion จ๋าเลยหล่ะ ด้าน Salmon Doburi มีครึ่งหนึ่งที่ลนไฟแต่ผิวและ อีกครึ่งหนึ่งไม่โดนไฟเลย

ส่วนด้าน Engawa ร้าน Mayonaise เพิ่มความันเข้าไปอีก แล้วเพิ่มสีสันด้วย Ebiko

 

ในแง่รสชาดบอกตามตรงเลยครับว่า “คาดไม่ถึง”

คือผมค่อนข้างยึดติดกับรสชาดของ traditional มากกว่า Fusion เพราะ Fusion ค่อนข้างทำรสออกมาจัด แต่ไม่สมดุล ทานแล้วเลี่ยนไปบ้าง เค็มไปบ้าง  คาวไปบ้าง แต่ชามนี้กลับไม่เป็นแบบนั้น

ด้าน Salmon มีส่วนที่โดนไฟ เยอะกว่าไม่โดน ทำให้ไขมันบางส่วนหายไปนิดนึง และ มีกลิ่นย่างไฟเข้ามาตัดแทน ทำให้ไม่เลี่ยน เหมือนกับทานสด ๆ เพียงอย่างเดียว

และโดยเฉพาะด้าน Engawa โดนไฟมาน้อยกว่าที่ควร ทำให้เนื้อยังกรอบมากไม่ละลายในปาก แต่ก็เคี้ยวสนุกกว่าปรกติ และ ไขมันยังละลายออกมาไม่หมด ซึ่งก็เลยเสริมรสด้วย Mayonaise แทน

คือไม่สามารถยอมรับว่าอร่อยได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่มันก็ทำมาดีจริง ๆ นะ

 

จานที่สาม Honmaguro Set 

Hon Maguro Set

จานนี้ผมค่อนข้างคาดหวังพอสมควร เนื่องจากแก่แล้วก็ทาน Salmon ไม่ค่อยได้ ยิ่งเจอ Norwegian Salon ที่ไขมันเยอะมากกกก นี่ยิ่งจอดเลย ทานเสร็จจะอาเจียนเอา

ก็เลยเริ่มเบนเข็มไปหา Maguro ทีละน้อย ๆ

Hon Maguro Set

จานนี้ประกอบไปด้วย

  • Otoro
  • Chutoro
  • Akami
  • Tsuke
  • Tekka Maki
  • Temaki Maguro

tsuke makuro nigiri sushi

ในแง่การปั้นนั้นคงต้องบอกว่าทำได้ค่อนข้างดี ทานได้แน่นอน ไม่เสียดายเงิน แต่มันไม่สุดมันยังมีความรู้สึกว่า น่าจะทำได้ดีกว่านี้

ในแง่รสชาดคือกลาง ๆ ไม่แย่แน่นอน ทำออกมาได้ค่อนข้างดี แต่ยังขาดพลังที่จะสร้างความประทับใจ โดยเฉพาะ ความต่างของ Akami กับ Toro มันไม่โดดเด่นจนรู้สึกว่านี่คือ Vareity Maguro นะ แบบนี้เวลาคนทานก็จะทานไปแล้วก็ ลืม ๆ ไปหมด จำไม่ได้ว่าจานนี้มีจุดเด่นอย่างไร? แต่มันมีข้อดีคือ ยังรู้สึกว่า “น่าจะไปลองอีกสักที” มันมีความค้างคาอยู่ในใจนิดนึง

 

จานนี้ถ่ายมาให้ดูเฉย ๆ ไม่ได้ชิมเอง ไม่ขอวิจารณ์

Duo Salmon & Unagi DonSalmon Don

 

จานที่สี่ Saba Avocado Roll

Saba Avocado RollSaba Avocado Roll

เอาจริง ๆ นะ ผมคิดว่ามันไม่น่าจะเข้ากัน คือ Fusion ใส่ Avocado เนี่ย เรื่องปรกติ แต่ภาพลักษณ์ของ Saba ที่ติดลิ้นผมคือ ดองน้ำส้มสายชู มีไขมันระดับหนึ่ง และ รสสดชื่น ตามแบบ Sujime

“แล้วจะไปเพิ่มไขมันด้วย Avocado ทำไมฟะ?”

แล้วก็จริงดังคาด แปลกดี รสชาดไม่แย่ แต่ “ไม่อร่อยฟ่ะ” เป็นอะไรที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ

Saba เนื้อแห้งหน่อย ๆ ค่อนข้างแข็ง กับด้านในที่ใส่ Avocado ไว้นิดนึง ใส่แตงกวาไว้เพิ่มรสชาดให้สดชื่นขึ้น  ก็เลยกลายเป็นอะไรที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ไปทางไหนสักทาง ไม่เกิดความประทับใจในแง่ดีเลย ไม่แนะนำให้สั่งนะ

 

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากของที่นี่คือประทับประดาด้วยดอกไม้ตลอด  โดยเฉพาะดอกเบญจมาศ สังเกตุดูว่าเด็ดจากช่อที่ปักอยู่ในกระถางเลยหล่ะ ยังไม่เข้าใจว่าเพื่ออะไร? มีเหตุผลอื่นนอกจาก “ประดับ” ด้วยไหม?​

เบญจมาศเป็นดอกไม้ที่บริโภคได้ ญี่ปุ่นเอาไปใส่ในอาหารหลาย ๆ อย่าง แต่ไม่ได้ทานทั้งดอกแบบนี้เน่อ และไม่มาสด ๆ แบบนี้ด้วย โดยเฉพาะดอกเบญจมาศดองนี่ดังมาก (kakitsubata)

ส่วนคนไทยบริโภคแต่ดอกแห้งเอาไปชงกับน้ำร้อน ผมไม่ค่อยคุ้นกับอาหารไทย แต่คิดว่าไม่เคยเห็นการบริโภคดอกเบญจมาศในเวลาปรกติ  ก็เลยยังสงสัยว่า จะใส่มาทำไม?

 

ไปที่ของหวานกันต่อ ที่นี่มีตัวเลือกไม่มากนัก นั่นคือ

Milk Pudding 

Milk Pudding

เป็น Pudding ที่แจ่มมาก หอมหวานอ่อน ๆ โรยหน้าด้วยน้ำตาลแล้ว burn นิด ๆ ทุกอย่างลงตัวมาก เหมาะกับการเป็นจานปิดท้ายดี แนะนำให้สั่งเลย

 

Green Tea Pudding with Red Bean

Green Tea Pudding with Red Bean

ไม่ work ฟ่ะ คือการเป็นชาเขียวไม่ได้เข้ากับ Pudding อะไรขนาดนั้น แล้ว texture ของ Pudding กับถั่วแดงกวนก็ขัดกันอีกด้วย  ไม่แนะนำอย่างแรง

 

darkmaster’s comment

Service : 5 พนักงานไม่เยอะมาก มุมอับมีกว่าจะเรียกได้บ้างครั้งไม่ง่าย แต่ ดูจาก flow ปรกติแล้ว ชัดเจนว่าตั้งใจบริการ เติมน้ำชาได้ไม่ขาดตกบกพร่อง มีแนะนำ menu ที่เหมาะสมได้ด้วย

Taste : 3 รวม ๆ แล้วอยู่ในเกณฑ์ผ่านมาตรฐาน คือทานได้ แวะไปได้ ไม่ผิดหวัง

Mood : 5 ร้านเล็กแต่ทำมาได้ดีเลยหล่ะ ต่อให้ไปคนเดียวก็มีโต๊ะติดพนังกระจกให้มองข้างนอกแทนด้วยนะ

Convinient : 5 ติด BTS เดินทางโคตรจะง่าย

Price : 3 ถ้าราคา Promotion นี่เอา 5 ไปเลยครับ โคตรจะคุ้ม แต่ถ้าราคาปรกติก็กลาง ๆ ค่อนไปทางแพงไปนิดเดียวในบาง Menu  *** ไอ้ XL Don ราคาปรกตินี่ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการซื้อ Donburi สองชามธรรมดานั่นแหละ ไม่ต้องไปสนใจมันมากนัก

 

Related Post

Comment