Review USB Hub Remax

Review USB Hub Remax

เนื่องจากว่าผมเพิ่งซื้อ USB Hub มาใหม่ตัวหนึ่งเพื่อใช้งานเลยเอามารีวิวสักนิดนึงแล้วกัน

จริง ๆ อุปกรณ์พวกนี้ มันไม่ได้มี Feature อะไรพิเศษ มันไม่ควรจะเอามา Review ด้วยซ้ำ แต่ผมเองต่างหากที่สองจิตสองใจอยู่นานว่า ซื้อแพง ๆ ไปเลย หรือ ซื้อแค่พอใช้ พอตัดสินใจได้แล้วก็เลยคิดว่า เขียนไว้หน่อยแล้วกัน

ในยุคนี้ ปลั๊กหลาย slot หน้าที่ของมันจริง ๆ แล้วมีไว้เพื่อรองรับหัว Charge ของ Device หลายตัวมากว่าทำให้ USB Hub แบบ เสียบ plug เป็นอะไรที่น่าสนใจขึ้นมา เพราะผมเองเวลาไปเที่ยวทีไรก็ต้องลากปลั๊กสามตาไปด้วย เพื่อให้ cover device ที่ตัวเองพกได้หมด

แน่นอนว่าสมัยนี้ device ติดตัวไม่เยอะขนาดนั้น แต่ถ้าไปกันสองคน ปลั๊กในห้องก็คงไม่พอใช้อยู่ดี ดังนั้นการมี USB Hub แบบ 4 port สักตัวน่าจะดีกว่า

ผมตั้งเงื่อนไขไว้ว่า ต้องจ่ายไฟ 2.1A ขึ้นไปอย่างน้อยสอง port เพราะ เผื่อสำหรับ iPad สองคน หรือ มือถือที่กินไฟจัด ๆ พวก quick charge เป็นต้น ถ้าเลือกได้ ก็อยากได้ 4 port มากว่า แต่ราคามันจะไม่ถูกแทน

เงื่อนไขข้อที่สองคือ “ยี่ห้อ” อุปกรณ์ที่จ่ายไฟเข้าเครื่องผมมีประสบการณ์มาแล้วว่าอย่าใช้ของถูก ไม่มียี่ห้อ เพราะมันด้อยคุณภาพ ของพวกนี้อย่างก เพราะ device เราไม่ถูก

ดังเดิมทีผมเล็งว่าจะใช้ USB Hub ของ Capdase แต่ มีข้อจำกัดมาสามอย่าง

  1. มันเป็น Full Set รวม Travel Charger คือมันก็ดีแหละนะ แต่ผมมี World Travel Charger อยู่แล้ว
  2. ตาม spec มันจ่ายไฟแค่ 2.1 A port เดียว
  3. ราคามัน 1250 ไม่แพงมากแต่ ตอนนี้กรอบ งั้นเอาเท่าที่จำเป็นใช้ก่อนแล้วกัน
อีกตัวเลือกที่เจอมาจากร้านเจ้าประจำคือ Remax USB Hub นี่แหละ
 
โดย Spec ที่คุยกับคนขายมาคือ มันจ่ายไฟ 2.1A สูงสุด 2 Port จากทั้งหมด 4 port ราคาขายคือ 650 บาท ผมจึงสอยมาแบบไม่คิดอะไรมาก
 
ส่วนหนึ่งเพราะผมใช้สาย Charge ของ Remax อยู่แล้ว เนื่องจากราคาถูก คุณภาพพอไปวัดไปวากับราคาที่ถูก ก็เลยคิดว่าน่าจะพอไว้ใจได้
แกะออกมาหน้าตาดูดีไม่เลว ขนาดไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด ขนาด 7*12*2.5 cm เรียกได้ว่า พอพกพาไหว
วัสดุเป็นพลาสติกหุ้ม แบบด้าน ไม่ลื่น ประดับสีสันด้วย ดำ แดง เหลือง มี Led ไว้แสดงสถานะด้วยไฟสีฟ้ากรณีเสียบปลั๊กแล้วไฟเข้า ส่วน plug เป็นหัวแบนนธรรมดา
สายมีความยาวประมาณ 1.4m และมี spec เขียนไว้ที่สาย
ด้านใต้ hub มี spec ทางไฟฟ้าเขียนไว้
แต่ปัญหาคือ port ไหน จ่ายไฟ 2.1A วะ?
 
สุดท้ายมากางคู่มือดู ก็ถึงบ้างอ้อว่า เป็นระบบ Auto identification หรือ ระบบจัดการไฟอัติโนมัติ จะเสียบยังไงก็ได้ไม่ต้องคำนึง
ผมลองทดสอบง่าย ๆ ด้วย การเสียบ charge iPad ที่ต่อสาย charge extend ออกมาพบว่าใช้งานได้ครบทั้ง 4 port แต่ผมมี iPad ติดตัวแค่เครื่องเดียวก็เลยไม่ได้ลองทั้งหมด
สำหรับราคาที่พอจ่ายไหวแค่ 650 บาท ผมว่าโอเคนะ เดี๋ยวจะลองพกไปใช้ที่โน่นนี่ดูก่อนว่ามีปัญหาอะไรไหม? ถ้ามีจะมาบอกอีกที
สำหรับ blog ง่าย ๆ ในครั้งนี้ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยแล้วกัน

 

Comment