Focal Reducer – ZhongYi Lens Turbo II

ใช้กล้อง APS-C แต่อยากเล่น Vintage Lens แล้วก็เจอปัญหาว่า Lens พวกนั้นมันทำมาเพื่อ Format 35mm ไม่ใช่ APS-C ซึ่งจะเจอเรื่อง Crop Factor ทำให้ Focal Length คูณเข้าไปอีก แล้วก็ จะอึดอัด ใช้ไม่สนุกใช่ไหม?

งั้นยอมติด Focal Reducer ก็ได้วะ

ท้าวความกันนิดนึง คนใช้ DSLR มาก่อน จะไม่ค่อยรู้สึกถึงปัญหา Crop Factor เพราะ DSLR ไม่เคยออกแบบ Lens สำหรับ APS-C ให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพของ format จริง ๆ แต่ ถูกวางไว้เป็นแค่ ตัวแทนของ Full Frame เท่านั้น ดังนั้นแล้ว เราจะเป็นได้ว่า ไม่มี Lens ที่มี EQ 85/1.8 หรือ EQ 35/1.8 บน APS-C เลย จะมีก็แค่ 50/1.8 ใช้แทน 85 เท่านั้น แล้วก็เอา Lens Full Frame 24/1.8 มาใช้แทน 35 บน APS-C

ถามว่ามันดูงี่เง่า หรือ pointless ไหม? มันก็ใช่แหละ แต่ Norm มันมาแบบนั้น ตั้งแต่สมัย film camera ทำให้คนไม่ค่อยรู้สึกว่า “มันไม่ใช่นะ”  ซึ่งกลุ่ม Mirrorless อย่าง Sony APS-C หรือ Canon ก็จะไม่มี Lens สำหรับ APS-C แบบจริงจัง

จะผิดกับ พวก m4/3 ที่ เปิดตัวมาด้วย crop factor 2.0 ถ้าทำ lens แบบไม่สนการใช้งาน จะมีใครใช้ได้กันเล่า? ทำให้ m4/3 มี lens ที่ครบระยะ สำหรับ format ตัวเองเต็มไปหมด ส่วน APS-C ก็จะมีแค่ fuji เท่านั้น ที่ จัดเต็ม ออก Lens ที่คำนวน crop factor มาเผื่อแล้ว เป็น lens สำหรับ APS-C จริง ๆ เช่น 50-140/2.8 (75-210/2.8) หรือ 56/1.2 (84/1.2)

แต่ถ้าคนใช้ sensor APS-C จะเล่น Vintage Lens ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ มันจะต้องคูณ ด้วย 1.5 ตาม crop factor แล้วความลำบากก็จะเกิด สมมติ เอา Pentacon 50/1.8 มาใช้ มันจะกลายเป็น 75 แทน ซึ่งแทนที่เราจะได้เล่น Lens ระยะ Normal มันจะกลายเป็น Tele ไปแทน

ด้วยเหตุผลแบบนี้ก็เลยมีคนที่คิดจะแก้ปัญหานี้ด้วยการออกสิ่งที่เรียกว่า Focal Reducer ออกมา

_DSF2700

หลักการเปลี่ยนทิศทางแสงหรืออะไรช่างหัวมันก่อนแล้วกัน เอาเป็นว่า มันจะเป็น Adapter ที่มีชิ้น Lens และ ส่งให้ผลให้คูณด้วย 0.x เข้าไปก่อน ทำให้ ผลลัพธ์สุดท้าย focal length มันลดลงมา เช่น ของ ZhongYi จะคูณด้วย 0.726

สมมติ เราใช้ Pentacon 50/1.8 โดยไม่ผ่าน Focal Reducer กับ กล้อง Fujifilm มันจะกลายเป็น 50*1.5 = 75mm

แต่ถ้าเราใช้ Focal Reducer มันจะเป็น 50*0.726 = 36mm แล้ว *1.5 กลายเป็น 54mm

จะเห็นได้ว่า ระยะใกล้เคียงกับเดิมพอสมควร ความอึดอัดมันก็จะลดลง ทำให้พอจะเล่นสนุกกับมันได้บ้าง

ซึ่ง Focal Reducer เนี่ย มีหลายยี่ห้อมากกกกกก แต่ละยี่ห้อก็ใช้ Trade Name ต่างกันออกไปเช่น Lens Turbo, Speed Booster และก็มีคุณภาพที่ต่างกันออกไป หลายราคามาก  ตั้งแต่อันละไม่กี่ร้อย ไปจนถึง หลักหมื่น

_DSF2701

ซึ่ง Focal Reducer ที่ผมเลือกมาคือ ZhongYi Lens Turbo II ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ข้อ เช่น ราคา ที่พอรับได้ ประมาณ ฿5,900 และ คุณภาพของ Brand ZhongYi ที่ทำ Lens Mitakon อยู่แล้ว ยอมดีกว่า unbrand ถูก ๆ แน่นอน

_DSF2702

การเลือก Focal Reducer นั้นหลัก ๆ ก็ตาม “งบ” ที่ตัวเองมี ผมไม่ห้ามนะ ถ้าใครคิดจะลองอันละ ฿20,000 หรือ จะไปใช้ถูก ๆ หลักร้อย แต่สิ่งที่อยากจะเตือนอย่างเดียวคือ “มันคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือไม่?” ตัวถูกเกินไป อาจจะทำให้คุณภาพของ Lens Drop ลง หรือได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีพอ ราคาสูงเกินไป อาจจะได้คุณภาพที่เพิ่มมาไม่คุ้มค่าเงิน ซึ่งก็พิจรณากันให้ดี ๆ แล้วกัน

สิ่งที่ควรสนใจที่สุดในการเลือกใช้ Focal Reducer คือ Mount ต่างหาก จะแปลงจาก Mount อะไร มาเป็น Mount ของกล้องเรา?

พื้นฐานวิธีคิดที่ง่ายที่สุด คือ เราจะเล่น Lens Mount อะไร ก็เลือกตัวนั้น เช่น M42, EOS, Nikon F, MD

แต่ แต่ แต่ ผมคิดซับซ้อนกว่านั้นครับ เพราะเราไม่สามารถบอกได้ว่า เราจะเล่น Lens แค่ Mount เดียว ดังนั้นผมจึงตรวจสอบหนึ่งเรื่องคือ

_DSF2703

ชิ้น Lens Focal Reducer แต่ละชิ้น มีองศาการทำงานที่เหมือนกันหรือไม่? เพราะ ทุกตัวนั้น *0.726 เหมือนกันหมด และผมก็เริ่มแน่ใจว่ามันจะเหมือนกัน เพราะ Focal Reducer สำหรับ m4/3 ก็ *0.726 แบบเดียวกัน

_DSF2704

_DSF2705

ทำให้ผมตัดสินใจเลือก Mount ที่มี Flang Focal Distance ที่น้อยที่สุด จากทั้งสามตัว

  • M42 = 45.46mm
  • EOS = 44mm
  • Nikon F  = 46.50

นั่นคือ EOS ที่ 44m นั่นเอง

ซึ่งภาพที่ได้จากทั้งสองตัว คือ EOS to FX และ M42 to FX นั้นไม่ต่างกัน

_DSF0468

_DSF0469

ถามว่าใช้แบบนี้ทำไม? เพราะเราแปลง Lens M42, Nikon F มาใส่กับ EOS ได้หน่ะสิ แน่นอนว่ามันคือการแปลง 2 step แต่มันช่วยเพราได้หลายอย่าง

  1. ขอบเขตการใช้งาน Focal Reducer กว้างขึ้น เล่นกับ Lens ได้หลาย Mount มากขึ้น
  2. คุม Adapter ให้อยู่ใน ขอบเขตเดียวกันหมด ไม่เกิด Fragmentation

ข้อสองนี่เห็นผลเยอะมากครับ ให้ลองคิดดูว่า Body เราใช้ Sony, Fuji แล้วติด Focal Reducer EOS

Lens เราจะมีกี่ตัวก็ตาม เราแปลงเป็น EOS ก่อนเสมอ

เช่น M42 to EOS, Nikon F to EOS, C/Y to EOS

ดังนั้น Lens ทุกตัวของเราจะติด Adapter to EOS ค้างไว้เลย และ ทุกตัวก็จะมี Rear Cap เป็น EOS เหมือนกันหมด

เมื่อเราเปลี่ยนกล้อง หรืออะไรก็ตาม เราก็ใช้ Adapter จาก EOS to Camera แทน ไม่ต้องเปลี่ยน Adapter ให้กับทุกตัว เป็นการวางแผนระยะยาว เผื่อไว้หน่อยนั่นเอง

เล่น Vintage Manual Focus ก็สนุกดีนะ

_DSF1256_DSF1272_DSF1249_DSF1200_DSF1214_DSF1171_DSF1136_DSF1134Hair can't hide my eyesUnique ONEOdinary smile_DSF6357.jpg_DSF6438.jpg_DSF6418.jpgแลบลิ้นนิด ก็จะมุ้งมิ้งหน่อย ลดอายุไปได้เยอะ_DSF6508.jpg

 

Related Post

Published by

darkmaster

ถ้า Blogger ทุกคน Review แต่ข้อดีเหมือน ๆ กันหมด โลกนี้คงน่าเบื่อแย่ หากจะมี Freak สักคนที่บอกข้อเสียทุกด้านคงไม่ผิดกระมัง?

Comment