ถึงวันที่ต้องบอกลา Fujifilm X100F

ถึงวันที่ต้องบอกลา Fujifilm X100F

นับ ๆ แล้ว ช่วงเวลา 6 เดือนที่อยู่กับ X100F กับจำนวน shutter ที่กดไป 9,000 รูป มันก็สั้นนิดเดียวเองนะ 

วันนี้แยกส่วน X100F ขายออกไปแล้ว ขายไปที่ละชิ้นสองชิ้น เดี๋ยวสักพักก็คงไม่เหลืออะไรเลย เสียดายไหม? เสียดาย และแน่นอนคงจะคิดถึงมัน 

X100F เป็นกล้องที่ดี และ “ต้องมี” ไว้สักตัวเลยหล่ะ มันตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกมาก แต่ ณ ตอนนี้ เวลานี้ ไม่สามารถถือมันไว้ได้แล้วด้วยเหตุผลบางประการ 

Erawan WaterfallRuin

ในแง่ข้อดีของ X100F 

  1. เล็ก เบา ความสามารถรอบด้าน ทำได้ทุกอย่างที่จำเป็นต้องมี 
  2. คุณภาพของ File ที่ได้ดีมาก ไม่ได้ถูกจำกัดว่าเป็น File จาก Compact เลย 
  3. Performance ถือว่าดีเลยหล่ะ boot เครื่องไม่ได้เร็วมาก แต่ focus เร็ว, wake up เร็ว, standby ได้นาน เมื่อเทียบกับ battery ที่ใช้ 

_DSF0844.jpg_DSF1028.jpg

แต่ข้อจำกัดของมันก็มีอยู่บ้าง 

  1. AF-S Focus โง่ ซึ่งมันเป็นปัญหาที่ Fuji ทุกตัวนั่นแหละ 
  2. AF-S Focus คุมยาก ต่อให้ตีกรอบ ตี zone ไว้แล้ว แต่ถ้าเปิด Face Detect ไว้ มันก็จะไป Focus นอก zone อยู่ดี คือ Face Detect over write zone ไป 
  3. Face Detect โง่ไปนิด จับหน้าที่ไม่ต้องการบ่อยมาก 

ซึ่งข้อจำกัดที่มีอยู่นี่ ไม่ได้เป็นปัญหาที่ทำให้ต้องขายมันออกไปเลยด้วยซ้ำ  แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปต่างหาก 

_DSF0938.jpg_DSF9289.jpgGolden SunFirst sun light of the day.

พฤติกรรมที่มีผลต่อการตัดสินใจขาย X100F ทิ้งไปตอนนี้ที่สุดคือ “ผมเบื่อ” Auto Focus 

ตั้งแต่ลองใช้งาน Focal Reducer จนคล่อง ๆ แล้วก็ค่อยข้างติดใจ ค่อนข้างสนุกกับมัน และพบว่ามัน focus ได้เร็วกว่า AF-S มาก โดยเฉพาะ สถานการณ์ที่ซับซ้อน หรือ ต้องการความรวดเร็ว 

ทั้งนี้เพราะ Auto Focus ทำการ Focus ให้จาก Phase Detect และ Contrast Detect จาก Object ที่ปรากฏใน Focus Frame แต่ไม่ได้หมายความว่า มันรู้ว่าเราต้องการอะไร มันแค่เลือกที่จะ Focus สิ่งที่น่าจะเป็น object หลักที่สุด ซึ่งผู้ใช้งานต้องทำการ ‘ปรับ’ กรอบ หรือ เลื่อนจุด Focus  ให้ AF รับรู้ว่า นี่คือสิ่งที่ต้อง Focus  

ที่ผ่านมา X100F ไม่เคยมีปัญหานี้เลย เพราะมันมี Joy Stick ทำให้โยกจุด Focus ได้ง่าย  แต่ เมื่อเทียบกับ Manual Focus ที่แค่บิด Focus Ring นิดเดียวมันเร็วกว่าเยอะ  จริงอยู่ว่า X100F มี​ Focus ring ก็ทำอย่างที่ว่าได้ แต่ สิ่งที่เทียบกันไม่ได้เลยคือ EVF ที่ Refresh Rate ต่ำกว่า นั่นแหละ ทำให้ความรู้สึกมันต่างไปอีกหน่อย มันไม่เร็วเท่าที่รู้สึกตามความคาดหวัง 

Milky Way at Puchi Fah. Chiang Rai, Thailandตุงหลวงเฉลิมพระเกียรติ_DSF7575.jpg_DSF7574.jpg

เหตุผลอีกข้อที่ผมลืม แล้วก็มองข้ามไป คือเรื่อง Filter Fragmentation 

กรณีที่ใช้ Square Filter ก็แค่ใส่ Filter Adapter ต่อกับ Holder แค่นั้นเอง ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นแบบนั้น 

แต่เฮ้ยยย แล้วถ้าใช้ CPL หล่ะ? มันไม่ง่ายแล้วนะ การใส่ Adapter กับ CPL ทำให้ Filter ห่างจากหน้า Lens เข้าไปอีก มีโอกาสเกิด Flare เพิ่มขึ้น เท่ากับว่า ผมต้อง Filter CPL หลายขนาดมาก 

ขนาดหลักที่มีคือ 72mm, 77mm แล้วก็ถ้ามี X100F ก็ต้องเผื่อที่ 49mm อีก ถ้าให้ครบก็ต้องมี 67mm ด้วย รวมถึงถ้าเล่นท่านี้ ก็ควรมี 43mm อีก 

ฉิบหายแล้ววววววว  

คือที่ผ่านมายังไม่ได้ซื้อ CPL แล้วก็ไม่ได้นึกถึง Use Case ไว้เท่าที่ควรเลยทำให้ลืมปัญหานี้ไปเสียสนิท พอจะต้องใช้จริง ๆ เริ่มไม่ง่ายอย่างที่คิดแฮะ ทำให้การพิจรณาปลดระวาง X100F ชัดเจนยิ่งขึ้น 

หัวเราะLonely Walking together_DSF7559.jpg_DSF7439.jpg_DSF7415.jpg_DSF7463.jpg

ผมก็เลย post ขายขำ ๆ ไป กะว่ามีคนซื้อยกชุดก็ขาย มีคนซื้อแยกทีละส่วน ครบคน ก็ขาย 

แล้วมันก็ดันขายออกเนี่ยสิ  จากใจว่า ขายออก กลุ้มใจกว่าขายไม่ออกอีก ฮาาาาาา  เพราะตอนนี้ ไม่มีกล้องสำหรับไปเที่ยวแล้ว มันไม่ง่ายเลยนะ ที่จะถอดเป้ทุกครั้ง เพื่อหยิบกล้อง  ถ้ามี X100F มันก็เล็ก เบาพอที่จะติดหน้าอกได้  รวมถึงโยนไว้ Top Load เอาก็ได้  ตอนนี้ไม่มีแล้วก ก็ต้องมาคิดใหม่กันอีกเยอะ 

Related Post

Published by

darkmaster

ถ้า Blogger ทุกคน Review แต่ข้อดีเหมือน ๆ กันหมด โลกนี้คงน่าเบื่อแย่ หากจะมี Freak สักคนที่บอกข้อเสียทุกด้านคงไม่ผิดกระมัง?

Comment