Helios-44M 2/58 Silver M42 + ZhongYi Lens Turbo II M42-FX และการ manage Digital File กับ Fujifilm X

 

Helios เป็นหนึ่งใน Lens ยอดนิยม ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก ใคร ๆ ก็ใช้ เพราะราคามันไม่แพง  ได้ภาพที่เป็นเอกลักษณ์ คือ swirling bokeh หรือ Bokeh หมุนเป็นเกลียวนั่นเอง 

แต่ด้วยที่ Focal Length ของ Helios อยูที่ 58mm ทำให้ใส่กับ APS-C แล้วมันเป็น Meduim Telephoto ที่ใช้ถ่าย portrait ได้อย่างเดียว ไม่เหมาะจะเอามาใช้กับอย่างอื่น 

ในทางกลับกัน เอาไปใส่กับ Nikon ก็ไม่ได้อีก เพราะ Flange Focal Length ของ Nikon นั้นลึกกว่าชาวบ้านเขา เอา Lens mount อะไรมาใส่ มันจะกลายเป็น Macro เสียหมด 

_DSF1121.jpg

เพราะไม่มีตัวเลือกให้เล่น ก็ได้แต่เก็บ Lens ตัวนี้ไว้มาโดยตลอด ไม่เคยเอาออกมาใช้งานจริงจัง จนกระทั่ง ไถ Focal Reducer เพื่อนมาเล่นนี่แหละ 

Focal Reducer มีชื่อเรียกต่างกันออกไปในแต่ละยี่ห้อ เช่น 

Lens Turbo

Speed Booster 

โดยหลักการคือเป็น Adapter มีชิ้น Lens ส่งผลให้เปลี่ยนองศาตกกระทบของ Lens กับ Sensor ให้เปลี่ยนไปจากเดิม ผลที่ได้คือ Focal Legth จะถูกคูณด้วย 0.726(ไม่เป๊ะนะ แล้วแต่รุ่น แล้วแต่ยี่ห้อ) เข้าไปอีกทำให้ กว้างขึ้นไปอีก พอเอาไปใส่กับ body crop factor ก็จะทำให้ Focal length ที่ได้ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนั้น ยังพอไหวอยู่ เช่น 

Helios 58mm > Focal Reducer > Fuji X 

58 * 0.726 * 1.5 = 63.162 

ว่าด้วยเรื่องของ Helios 

Helios เป็น lens เก่า ราคาไม่แพง คุณภาพ เอ่อ จะเรียกว่าดีก็ไม่ได้หล่ะนะ ด้วย Technologh การผลิตสมัยนั้น และ Coating ที่เสื่อมไปตามอายุ ทำให้ Lens ตัวนี้สู้แสงจัด ๆ ไม่ค่อยได้ ไม่สิ ไม่ต้องแสงจัด แสงตกลงบน lens ไม่ต้องจัง ๆ ก็ฟุ้งแล้ว 

_DSF5481.jpg_DSF5482.jpg_DSF5483.jpg_DSF5485.jpg_DSF5487.jpg_DSF5488.jpg_DSF5489.jpg_DSF5490.jpg

แต่ก็ไม่ยากเกินไป แค่เดินเลี่ยงหลบมุมแสงหน่อยก็พอ ใช้สมอง และ ฝีมือบ้าง อย่าพึ่งพากล้องเพียงอย่างเดียว 

สำหรับ F/2 เมื่อใช้กับ Focal Reducer และ Focus วัตถุที่ระยะ ไม่เกิน 0.6m แล้ว อย่างว่าแต่ไม่พอเลย 

_DSF5491.jpg_DSF5492.jpg_DSF5493.jpg_DSF5494.jpg_DSF5495.jpg_DSF5496.jpg_DSF5497.jpg_DSF5498.jpg_DSF5499.jpg_DSF5501.jpg_DSF5502.jpg_DSF5506.jpg

มันกว้างเกินไปด้วยซ้ำ  DoF มันบางมาก มากขนาดที่ Focus ดอกไม้ ยังไม่ได้เลย มีสองรูปสุดท้ายที่หรี่มาเหลือ F/4  นั่นแหละ 

_DSF5505.jpg_DSF5508.jpg

ในแง่ sharpness แล้ว มันก็ไม่ได้คมปลาบ อะไร แต่ ถ่ายเล่นสนุกมันพึ่งพาได้เพียงพอ ถ้าอยากได้ความคมจัด ๆ ไปเล่น Lens สมัยปัจจุบันนี้ดีกว่า อันนั้น คมแน่ 

แม้ว่าจะมี Focal Reducer ช่วยแล้วก็ตาม Helios ยังเป็น Lens ที่ต้องการ “พื้นที่กว้าง ๆ” อยู่ดี 

ตัวแบบ กับ Background กับ กล้อง ต้องทิ้งระยะพอสมควร ให้ Helios สามารถแสดงเอกลักษณ์ของมันออกมาได้ มันยังเป็น Lens ที่เหมาะกับการ Portrait ในที่โล่ง และ Daily Life ที่ ต้องการ ดึง object แยกออกมา 

แต่ถ้าเอามาถ่ายแบบ test shot วันนี้ จะไม่เห็นเอกลักษณ์อะไรของมันเลย 

ว่าด้วยเรื่องของ Focal Reducer

หลังจากลองเล่นมาสักพัก ผมไม่มีข้อกังขาในแง่ของ คุณภาพ การเสียงแสง หรือ อะไรนะ คือมันเลี่ยงไม่ได้ ที่เราเอา แสงไปผ่าน ชิ้นแก้ว ไปผ่าน lens อีกหนึ่งตัว มันย่อมต้องส่งผลอะไรกลับมาแน่นอน 

แต่จากสิ่งที่ คือความคล่องตัวของ Lens Normal กลับคืนมา และ ตราบเท่าที่ไม่ใช่ Pixel Peeping แล้ว มันคือ ของเล่น ที่คุ้มค่า น่าเสียเงินอย่างมาก 

อย่างไรก็ตาม Facebook Peeping ไปก็เท่านั้นอยู่ดี จริงไหม? 

 

ว่าด้วยเรื่องของการ Manage Digital Files และ Fujifilm X

Lens Manual เก่า ๆ เอามาใส่กล้อง ไม่มี Metadata เกี่ยวกับ Lens หรืออะไรมาเล่น ซึ่งมันจะรู้สึกแย่มาก เมื่อดูใน Lightroom 

ซึ่งปัญหานี้จะพอแก้ไขได้ด้วย LensTagger  ซึ่งจะสามารถ Batch Edit Metadata ให้มีชื่อ Lens, Serial Number และข้อมูลอื่น ๆ เช่น F/stop , Focal Length ปรากฎขึ้นมาได้  เรียกได้ว่าเป็น tool คู่ชีวิตของคนเล่น Manual Lens เลย 

แต่ แต่ แต่ 

กับ Fujifilm X มันมีข้อจำกัดอยู่บ้าง   เพราะ ในกล้องจะมีความสามารถ ชื่อ Mount Adapter Setting อยู่ และมันจะ Write Metada เรื่อง Focal Length กับ F/stop เข้ามาแล้ว ทำให้ LensTagger ไม่สามารถเขียนทับได้ 

ซึงถือว่าเป็นข้อจำกัดอย่างมาก เพราะ  F/Stop จะถูกเขียนเป็น 1.0 มาเสมอ และ แก้ไขไม่ได้ 

อีกอย่างอื่น การ Set Focal Length ใน Mount Adapter Setting ควรจะ set เป็น ระยะ คูณ Focal Reducer ไปแล้ว ไม่ใช่ระยะ Lens ไม่งั้น ข้อมูล EQ 35mm จะแสดงผิดพลาดไปด้วย 

เช่น Helios ให้เสร็จเป็น 42mm ไม่ใช่ 58mm 

อย่างไรก็ตาม Mount Adapter Setting มีข้อจำกัดเยอะมาก เช่น Custom save ได้แค่ 2 Focal Length และ ไม่สามารถ save เป็น Profiles หรืออะไรไว้ได้ 

ความสามารถนี้ยังถูกผูกอยู่กับ M Mount Adapter อยู่เท่านั้น 

อ้อ ท้ายสุด ตอน Import รูปเข้า ไม่ต้องไปใส่ Keyword หรืออะไรเลย เพราะ LensTagger ต้องมา Read Metadata from Files รอบหนึ่ง ถ้าไม่ Save Metadata to files ไว้ก่อน มันจะหลุดหมด 

ดังนั้นผมจะใช้วิธี import เข้าไปก่อน แก้ lens Tagger เสร็จ ค่อยยัด keyword แล้ว save metadatao to files อีกรอบ  

Related Post

Published by

darkmaster

ถ้า Blogger ทุกคน Review แต่ข้อดีเหมือน ๆ กันหมด โลกนี้คงน่าเบื่อแย่ หากจะมี Freak สักคนที่บอกข้อเสียทุกด้านคงไม่ผิดกระมัง?

Comment