สร้าง Lightroom Control Panel ด้วย MIDI Controller

สิ่งที่ทำให้เราเสียเวลากับ Lightroom มากกว่าที่ควรจะเป็น นั่นคือการเลื่อนไปหา Panel ต่าง ๆ ทั้ง Baisic, Tone Curve, Detail ETC  และมีบ่อยครั้งที่เราแทบจะสลับไปมากันแบบ บนสุด ล่างสุด ซึ่งมันก็ต้องหาทางออกกับอะไรแบบนี้สักหน่อย

_DSF1251

ในวันที่เราใช้แค่ Basic Panel เราก็ไม่ค่อยรู้สึกว่า การไล่ดึง ๆ Slider ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ตัวนั้นจะเป็นปัญหาเท่าใดนัก แต่พอเราเริ่มขยับไปหา Panel อื่น ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ยิ่งพบว่า การ scroll ไปหา Panel ต่าง ๆ นั้น โคตรเสียเวลา และ โคตร Pain เลยเหอะ

ก็เลยเกิดความคิดว่า เราควรจะหา Control Panel สักตัว มา Control Lightroom แทน ซึ่งเคยหาข้อมูลไปหาข้อมูลมา ก็เจอสองตัว

  1. PalleteGear เป็นรูปแบบในอุดมคติเลยหล่ะ ทำได้ทุกอย่างที่ต้องการ custom ได้ สารพัด ความแม่นยำสูง ตอบสนองได้ทุกรูปแบบ ตราบเท่าที่มีเงินพอ ซึ่งคำนวนคร่าว ๆ แล้ว น่าจะต้องใช้เงิน ประมาณ $2,200 ถึงจะเพียงพอกับความต้องการเบื้องต้น
  2. Sayhood น่าสนใจว่าเป็น brand ไทย ๆ เลยนี่แหละ ย้ำเลยว่าไทย เพราะในต่างประเทศไม่มี Brand นี้ขาย ราคาไม่แพง แต่ไม่ถูก แต่สิ่งที่ทำให้ขัดใจที่สุดคือ Panel โดน Fixed มาแล้วว่าอะไรคืออะไร อยู่ตรงไหน และ มันค่อยข้างจะวางตำแหน่งได้โคตรขัดใจเลย

คราวนี้ก็เหลือทางเลือกคือ ทำเองมันเลยแล้วกัน ซึ่งเป็นไปได้แน่นอนเนื่องจาก Sayhood คือการเอา MIDI Controller มา Custom ให้ Control Lightroom ได้นั่นเอง ดังนั้น สิ่งที่ต้องหาคือ ใช้ Software อะไร? แค่นั้นพอ ส่วน hardware ค่อยว่ากันอีกที

ซึ่งมันก็ไม่ได้หาคำตอบยากนัก นั่นคือ MIDI2LR ซึ่งเป็น opensource ตัวหนึ่ง นั่งอ่าน ๆ ดูแล้วก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร น่าจะใช้ได้ คราวนี้ปัญหาหนักใจคือ Hardware

แน่นอนว่า ผู้ผลิต Hardware MIDI Controller มีโคตรเยอะะะะะะะ ราคาก็ตั้งแต่ โคตรถูก ไปยันโคตรแพงงงงงงง ก็เลยเป็นปัญหาว่าจะเลือกตัวไหนดี? ซึ่งมันมีผลกระทบต่อราคาด้วย

หลังจากปรึกษา มิตรสหายท่านหนึ่ง ที่มีความเชี่ยวชาญกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ ก็แนะนำมาหลาย ๆ ยี่ห้อ ให้คำปรึกษามาหลาย ๆ ด้าน แล้วก็ แบ่งประเด็นที่ควรพิจรณามาได้ว่า “จะให้ความสำคัญกับ Knob หรือ Slider”

หาไปหามา แล้วก็ไปลองที่ร้านขายเลย จนมาจบที่ตัวนี้ AKAI MIDIMIX จุดสำคัญที่ทำให้เลือกมันในเวลานั้นคือ

  1. มี Slider 9 ตัว ครบ ตามจำนวน Basic Panel พอดีเป๊ะ (ปัจจุบัน Adobe Update ให้มี 10 แล้ววววว แสรดดดด)
  2. มี button พอสมควร
  3. มี Knob เยอะมากกกกกก (ในเวลาที่ซื้อคิดแบบนั้น แต่ปัจจุบัน ไม่พอวร้อยยยยย)
  4. หาซื้อไม่ยาก ราคา พอรับได้ (฿5,000) เมื่อเทียบกับตัวอื่น ที่ มี Shorcut ให้น้อยกว่า

ซึ่งในตอนแรก มีปัญหาก่อนจะซื้อด้วยซ้ำ คือครั้งแรกที่ไปลองเลย มีปัญหาว่า Slider หรือ Knob ไม่ smooth ปรับละเอียดไม่ได้ มันจะกระโดดที่ละ 4 ไปเลย ซึ่งแบบนี้ไม่ work ใช้งานจริงไม่ได้

หลังจากมีการ update ไป ๆ มา ไปลองอีกที ปรับละเอียดทีละ 1 แบบนี้ ซื้อได้ แล้วก็กดมาด้วยความวู่วาม

แต่ version ปัจจุบัน ไม่ละเอียดขนาดนั้น ยังติดอะไรบางอย่างอยู่ บางทีขยับทีละ 2 เอาให้เข้าใจง่ายคือ ผมไม่สามารถลากกลับมาที่ 0 ได้ จะได้ -1 หรือ +1 นั่นเอง แต่เป็นปัญหาในระดับเล็กน้อย ถ้าทีละ 4 นี่ฉิบหายของแท้

การ setup MIDI2LR ก็โคตรจะง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะ ตัว Setting จะเด้งบอกเวลาเราขยับ Controller ว่า ตัวไหน คือ Channel อะไรเท่านั้นเอง ที่เหลือก็แค่ออกแบบให้ตรงกับความต้องการ อันไหนใช้บ่อย อันไหนอยู่ตรงไหน

ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้ MIDI2LR กับ AKAI MIDIMIX นั้นสำหรับผมช่วยได้เยอะ เวลาในการ process รูปเร็วกว่าเดิมอย่างน้อย 2 เท่า บางครั้งอาจจะถึง 4 เท่า  ความ ขี้เกียจ process หายไปเป็นปลิดทิ้ง เพราะมันง่าย และ แบ่งการใช้งานสองมือให้ช่วยกันทำงานได้ ซึ่งมีบางท่า ที่ LR ปรกติ ไม่มีทางทำได้ เช่น “ปรับ Expose ไปพร้อมกับปรับ Graduate Filter” ท่าที่ปรกติไม่มีทางทำได้แน่นอน เพราะใช้ Panel แยกกัน และมี Cursor เดียว

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของ มันก็มีอยู่ คือ การ Shorcut บางอย่างไม่สามารถใช้งานได้ เพราะมันไม่มี Protocal ให้ทำ อีกทั้ง ผมยังไม่สามารถ custom ให้มันทำงานได้ดีกว่านี้ เพราะมันยากเกินไป ปัจจุบันได้แค่ Maping การใช้งานได้แบบง่าย ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งมันก็ค่อนข้างเพียงพอกับการเล่นสนุกในทุกวันนี้แล้ว

BTW ผมใช้งาน MIDI2LR มาเกือบปีแล้ว แต่ไม่เคยเขียนถึง เพราะรู้สึกว่า มันเป็นอะไรที่เฉพาะทาง และไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่พักหลังนี้เจอคนสนใจการใช้ control Panel มาคุม Lightroom แทน จนบางคนทำเองเลยก็มี ซึ่งบางครั้งผมก็บอกไปว่าผมใช้ AKAI MIDIMIX แทน กลับการเป็นว่าคนจำนวนไม่น้อย คิดว่าผมมา Troll เพราะเขาไม่รู้ว่า MIDI Controller สามารถใช้คุม LR ได้  ทั้งที่ Version 0.3.2 นี่ Release Aug 30, 2015 ด้วยซ้ำไป

 

Related Post

Published by

darkmaster

ถ้า Blogger ทุกคน Review แต่ข้อดีเหมือน ๆ กันหมด โลกนี้คงน่าเบื่อแย่ หากจะมี Freak สักคนที่บอกข้อเสียทุกด้านคงไม่ผิดกระมัง?

Comment