Sony A7 Mark II เป็นอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น

ผ่านมาพักใหญ่ ๆ กับการถือ Sony A7M2 ทั้งการเป็นกล้องหลัก กล้องตัวเดียว กล้องรอง และกล้องในชีวิตประจำวัน  สิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดช่วงเวลานี้คือ มันเป็นอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น

พวกผมมีคำพูดเล่น ๆ กันอยู่ว่า

“Sony มันไม่ใช่กล้อง ก็ Sony เป็นบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนั้นไอ้พวกนี้ไม่ใช่กล้อง มันเป็นแค่เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่บังเอิญ บันทึกภาพได้ เปลี่ยน Lens ได้ และ มี Shutter Button เท่านั้น”

เพราะจับกี่ครั้ง ลองกี่รุ่น ก็ไม่รู้สึกดีกับมันเลยสักตัว รู้สึกมันขัดไปหมด ไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นกล้องเลย ไม่ Relate กับ ยี่ห้อไหนเลย เป็นยี่ห้อที่หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด แล้วก็ทนมาโดยตลอด แม้ว่าการเล่น Vintage Lens ให้สนุกต้องใช้ Full Frame Mirrorless ก็ตาม ซึ่งมันก็มีแต่ Sony นั่นแหละ ผมยอมเก็บ Lens MD, M39, M ไว้ ไม่ได้เล่นแบบจริงจัง เพราะ ใช้ Focal Reducer ไม่ได้ แล้วรอ รอจน Nikon ออก Z มา

Nikon Z คือแรงผลักครั้งสุดท้ายให้ไปเอา Sony A7M2 มา ด้วยเหตุผลด้านราคา ไม่ใช่ เรื่อง Spec หรือความสามารถอะไรเลย
Nikon Z6 ราคาประมาณ ฿70k ซึ่งไม่แพงมาก แต่มันไม่ถูก ถ้าซื้อมาแล้วได้ใช้ความสามารถของมันครบ ก็ถือว่าคุ้มค่า แต่สำหรับผม ที่ใช้ Fujifilm X-T2 เป็นกล้องหลักอยู่แล้ว สิ่งที่ได้มามันไม่ได้ใช้ เพราะจะใช้หยิบ X-T2 มาอยู่ดี สิ่งที่ผมอยากได้จาก Z6 คือ Full Frame Sensor ที่ Flange ตื้น ๆ หน่อยเอามาเล่น Vintage Lens เท่านั้นแหละ
ซึ่งพอเทียบส่วนต่างของราคาแล้ว Nikon Z6 จะเป็นการ Spend เงินที่เกินจำเป็นไปหน่อย ผมเลยเลือกที่จะเอา A7M2 มาเพื่อเล่น Vintage Lens อย่างที่ต้องการเสียที  แต่ก็นั่นแหละ Sony A7M2 คือการลั่นไก ให้ผมไปเอา Nikon Z แทน เสีย 99% แล้ว

ในแง่ Emotional ผมคง Describe ให้ Sony A7M2 ได้ง่าย ๆ ว่า

“มันคือกล้องที่ทำให้ผมไม่มีความสุขกับการถ่ายรูป ถ่ายไม่สนุก และไม่อยากออกไปถ่ายรูป ไม่อยากไปไหน เมื่อมีอยู่ในมือ มันทำให้ทุกอย่างหดหู่ไปหมด”

ไม่ได้พูดเกินจริงแต่อย่างใด ขนาดไป trip ผมยังไม่อยากหยิบมันไปด้วยเลย ถ้าไม่ติดว่ากล้องไม่พอ คงเอามันซุกไว้ที่บ้านแน่ ๆ

เอาข้อดีที่เด่น ๆ ของ Sony A7M2 ก่อนแล้วกัน ผมเจออยู่ 5 ประการด้วยกัน

Pros

  1. Full Frame sensor ที่ flange ตื้นมาก เล่นกับ Vintage Lens ได้ทุก Mount รวมถึงท่าพิเศษที่เล่นกันคือ แปลงทุกท้ายให้เป็น M Mount แล้ว ติด Adapter M to FE ที่มี Helicoid คากล้องไว้เลย หรือจะเอาไปเล่นกับ Techart Pro ให้กลายเป็น Auto Focus ก็ได้ 
  2. WiFi transfer เร็ว เร็วมาก เมื่อเทียบกับ Fujifilm (ที่เต่าฉิบหาย) เชื่อมต่อก็ง่าย ส่งก็เร็ว โคตรประทับใจ เหมาะกับการเป็นกล้องเล่น ๆ มาก
  3. Auto convert raw เมื่อ transfer ผ่าน WiFi เป็นจุดสำคัญที่ผมชอบมากกกกกกก คือหลายคน มักจะโวยวายว่า ส่ง Raw เข้ามือถือไม่ได้ ใช่ครับ มันมี Use Case แบบนั้นอยู่ แต่ผมเชื่อว่า JPG สมัยนี้ ดีมากพอที่จะ Edit ด่วน ๆ บนมือถือ ตราบเท่าที่ เก็บภาพมาดีพอ ดังนั้นการที่ ผมตั้งถ่ายแค่ RAW แล้วเวลาส่งเข้ามือถือกล้องจะ Auto convert ให้ เป็นอะไรที่เบาแรง และสะดวกมากกกกก ไม่ต้องมาคอย Convert ในกล้องก่อน ไม่เปลือง mem อีกต่างหาก 
  4. EXIF blank ทำให้ใส่ข้อมูล Lens หรือ f/stop ได้เลย อันนี้ผมเชื่อว่า กล้องหลาย ๆ ยี่ห้อก็ blank เหมือนกันหมด มีแต่ Fujifilm นี่แหละ ที่ยัด f/1.0 มาเสมอ หากอ่านค่า f/stop จาก lens ไม่ได้ ทำให้มันรู้สึกน่ารำคาญไม่น้อย
  5. Water Level แสดงสองระนาบ คือ ซ้ายขวา และ ก้มเงย เป็นความสามารถที่โคตรเทพ โคตรดี อยากได้มานานแล้ว แล้วก็มาเจอกับ Sony นี่แหละ ตอนแรกที่ใช้ไม่เป็น ก็รำคาญ พอใช้เป็นแล้ว รักเลย 

นั่นคือข้อดีที่โคตรประทับใจใน Sony เลยหล่ะ แต่ข้อเสียของมันดันเยอะจนรักไม่ลง เยอะขนาดไหน? ก็ 6 เท่าของข้อดีนั่นแหละ

Cons 

  1. หูคล้องสายสองข้างสูงต่ำไม่เท่ากัน WTF มึงคิดอะอยู่วะครับ Sony? ทำไมทำหูห้อยสายข้างขวาต่ำกว่าข้างซ้าย? ผลคือ ถ้าใช้ Hand Strap ไอ้ตรงนี้จะไปกด โคนนิ้วชี้ ที่ใช้ลั่น Shutter และปรับ Shortcut “เจ็บฉิบหาย” (ปัญหานี้แก้ใน A7M3 โดยการปรับให้ข้างขวาสูงเท่ากับข้างซ้าย)
  2. คุณภาพกล้องแย่มาก ลอกง่าย ถลอกง่าย เอาไปลุยไม่ต้องพูดถึง นี่ขนาดใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ลุยอะไรเลย ใช้ แล้วก็เก็บลงกระเป๋า มันก็ถลอกแล้ว ถลอกด้วยการยัดลงกระเป๋าเว้ย ไม่ใช่ ถลอกจากการใช้ จะกากไปไหม? 
  3. ยาง Battery port บวม ไม่ใช่เรื่องคุณภาพของอายุการใช้งาน แต่เป็นเรื่องของการออกแบบ คือตอนแรกก็สงสัย ว่าทำไมยางบวมกันเยอะจัง พอถอด card เข้าออกสองสามทีนี่ รู้เลย เพราะ Sony ออกแบบ Card Door ไม่ดี ทำให้มีการกดดึง และ ดัน ในส่วนที่เป็นยาง บ่อยกว่า Mark ที่ทำให้ไว้ แน่นอนว่า มันก็จะบวม ไม่เหมือนยี่ห้ออื่น ที่ แยก switch door ออกมา ไม่ใช่ เค้นที่ ยางตรง ๆ แบบนี้ 
  4. กล้องระดับนี้ แต่ไม่มี Seal ไม่กันน้ำกันฝุ่นอะไรทั้งนั้น ก็รู้อยู่แล้วนะว่ามันไม่มี แล้วก็ทำใจไว้แล้วว่ามันกา แต่ข้อเสียก็คือข้อเสีย
  5. Sensor มันคุณภาพแย่มาก ไม่เถียงว่ากล้องมันเก่า จะเอาให้ดีเท่า X-T2 หรือ X-T20 มันก็ไม่ได้อยู่แล้ว คู่เทียบที่เหมาะสมกับ Sony A7M2 คือ X-T10 นี่แหละ และ X-T10 ยังชนะด้วย   
  6. Phase detect แย่มาก Sensor กากมันก็ส่งผลให้ Phase Detect มันแย่ คือจับได้ช้า จับได้มั่ว และแนะนอน ส่งผลให้ Peaking ห่วยตาม แสดงผลมั่วในระดับที่ ไว้ใจไม่ได้
  7. Peaking แสดงผลได้แย่มาก บ่อยครั้ง ที่ไม่สามารถแสดงผลที่ object สำคัญได้ ใช้คำว่าเกือบทุกครั้งจะดีกว่า แล้วก็ แสดงได้ทั่ว เพราะ Phase ห่วย เป็น Peaking Focus ที่ไว้ใจไม่ได้ พึ่งพาไม่ได้ 
  8. แสงน้อย Peaking ดับ
  9. หรี่ F Peaking ก็ดับ 
  10. EVF คุณภาพต่ำ แสดงผล Peaking ได้ไม่เท่ากับ Monitor หลายครั้งจะเจอว่า EVF ไม่ขึ้น Peaking แต่พอลงไปดูที่จอ Peaking ขึ้นเว้ย
  11. Short cut เหมือนจะเยอะ แต่ที่เอามาตั้งค่าได้จริงมีน้อยมาก ส่วนใหญ่มีไว้เปิด ปิด feature ที่เป็น Gimmick ของกล้อง มากกว่า control ส่วน Control หลาย ๆ ตัวโดนดันไปอยู่ที่ fn ทำให้ control กล้องได้ช้ามาก 
  12. ไม่สามารถ แสดงผล histogram และ water level พร้อมกันได้ ใช่ครับ มันไม่สามารถแสดงข้อมูลที่ผมอยากใช้ไปพร้อมกันได้ แต่มันแสดงข้อมูลขยะ ที่รู้หรือไม่รู้ ก็มีค่าเท่ากันเยอะมาก เช่นขนาดรูป ขนาด VDO ซึ่งกูไม่อยากรู้โว้ยยยยยยยย เปิด RAW จะมีขนาดรูป มาให้รกทำไม? ขอปิดได้ไหม? แน่นอนว่าไม่ได้
  13. Menu operation หลายตัวอยู่ลึก และเข้าได้จาก setting เท่านั้น ไว้ที่ shortcut หรือ fanction button ใด ๆ ไม่ได้ เช่น การเปลี่ยน view mode Auto หรือ EVF only หรือ LCD only
  14. จากข้อที่แล้ว หมายความว่า Menu ต้องเข้าบ่อย แต่เสือกเอาไปไว้มือซ้าย ต้องใช้สองมือ ในการควบคุมเท่านั้น ผลคือ ช้าลงไปอีก
  15. Sensor EVF วัดโคตรห่างงงงงงงง ผลคือ Ship Short จะถ่ายไม่ได้เพราะ จอดับ และแน่นอน เราปรับให้ LCD Only ง่าย ๆ เหมือนยี่ห้ออื่นเขาก็ไม่ได้
  16. วัดแสงมั่วพอสมควร มี over บ้าง พอดีบ้าง under บ้าง สลับกันไปตลอด ขนาดอยู่ใน สถานการณ์เดิม ๆ นะ คือ batch process จะคาดหวัง จบเลยไม่ได้ ต้องมาคอยตรวจที่ละรูป  
  17. ISO Auto กำหนด Minimum Speed Shutter ไม่ได้ มัน Lock ไว้ที่ 1/60 เสมอ ผลคือ กากสัส พึ่งพาแบบขำ ๆ พอได้ แต่จะไว้วางใจอะไรมันไม่ได้เลย ทำให้ในเวลากลางวันผมจะใช้ A mode และ ในที่แสงน้อย หรือกลางคืน ต้อง M Mode แทน ด้วยการหวังว่าจะคุม Speed Shutter ได้ แต่ แต่ แต่ มันทำไม่ได้หว่ะครับ ไปข้อถัดไปเลย
  18. Live view ใช้จริงไม่ได้ ไม่ Show under ในหลายสถานการณ์ แต่พยายาม boots หน้าจอให้เห็นรายละเอียด ซึ่งสั่งเปิด หรือ ปิด effect ก็ให้ผลไม่ต่างกัน ไอ้สาาดดดดด กูสั่งมึงที่เป็นกล้อง มึงยังไม่ทำตามคำสั่งกูเลย แล้วมาสั่งให้กรูทำตามมึงเนี่ยนะ สาดดด
  19. จากข้อที่แล้ว ผมเลยได้รูปพลาด ๆ มาเยอะ ทำให้ได้รู้ว่า File มันเหี้ยมากกก เหี้ยกว่า Fujifilm X-T10 อีก คือ under หนัก ๆ  แล้วจะขุดไม่ขึ้นเลย ไอ้ที่ขึ้นก็พัง ใช้งานไม่ได้ รวมถึง Noise ที่มี Safe zone อยู่ราว ๆ iso 3200 หรือต่ำกว่า ส่วน iso 6400 นี่ ไม่ใช่ขั้น “Acceptable” แต่เป็น “Better Than Noting” มากกว่า
  20. ไม่ให้แท่น charge มา ให้ charge ตรงกับกล้อง เหี้ยอะไรวะเนี่ย? กล้องระดับนี้ เสือกให้ charge ตรงกับกล้อง ไม่ให้แท่น charge ทำตัวเหมือน Casual Series, Selfie Series ของยี่ห้ออื่นไปได้ ปรกติ ระดับ advance เขาก็ให้แท่น charge กันแล้วนะ
  21. มี Profiles นะ แต่ ไม่แสดงชื่อในกล้อง มันเรียงเลขเฉย ๆ ต้องจำลำดับเอง ดังนั้น อย่าไปใช้มัน พี่งพาอะไรไม่ได้เลย 
  22. อันนี้คือ ความชอบส่วนตัว เสียง shutter ไม่เพราะ ถ้าไม่เปิด E First Curtain 
  23. Wi-Fi transfer เข้า Com ได้ แต่ไม่ Auto Convert เลยทำให้ disappoint มาก ๆ มันถือว่าส่งเขา com เลย ส่งเป็น RAW แต่เฮ้ยยยยย ความเลวร้ายมันอยู่ที่ Limit Transfer/sec และ ขนาดของ RAW ดังนั้นส่งไปเหอะ กว่าจะเสร็จสักรูป ถอด card ออกมาเสียบ หรือ ลาก USB มาเสียบ ยังเร็วกว่าเลย แถมตั้งไม่ได้ด้วยนะว่า จะให้ส่งเป็น RAW หรือ JPG 
  24. กล้อง Operate ช้ามาก เปิดเครื่องช้ากดคำสั่งอะไรก็ช้า ที่เห็นชัดที่สุดคือ กดถ่าย แล้วกดดูเลยไม่ได้ ต้องรอสักพัก ทำตัวเป็นกล้องสักสิบกว่าปีก่อนไม่ได้ ไม่ต้อง โทษ card ด้วยนะ card มันไม่ได้ write ช้า แต่ Sony เอง ที่ช้า
  25. สัมผัส Shutter แย่มาก คือ จะตื้นก็ไม่ตื้น จะลึกก็ไม่ลึก และ shutter ลั่นไปแล้ว ยังกดลงไปได้อีก คือ “เกิน” และ soft release เป็นสิ่งจำเป็น แม้มันจะไม่ให้ screw มาก็เหอะ สุดท้ายก็ Modify ติดลงไปเอง เพราะใช้อยู่วันเดียวก็ปวดนิ้วกับ Shutter ห่วย ๆ ของมันแล้ว 
  26. Body เล็กเกินไป เมื่อเทียบกับขนาดของ Mount  ทำให้นิ้วไปเบียด Lens ได้ง่ายมาก และ นิ้ว เกี่ยว mount ตลอด  เปรียบเทียบก็ เอา Lens 16-55/2.8 ไปใส่กับ X-T20 นั่นแหละ นี่ขนาดมือเล็กนะเนี่ย 
  27. Battery Door ออกมาแบบมาได้แย่มาก คือ ใส่ Case หรือ L Plate อะไรไป ก็จะเปิดไม่ได้เลย เว้นแต่ว่า Accesories ตัวนั้นจะเว้น ช่องเพิ่มให้ ซึ่งจะเป็น Gap ประหลาด ๆ ตลก ๆ ไปเสียฉิบ
  28. คู่มือเหี้ยมากกกกก ระบุ Feature และ Gimmick ที่มี แต่ไม่บอกว่ามันคืออะไร หรือ ใช้งานอย่างไร? สรุปว่า คู่มือมีไว้ผลาญทรัพยากรธรรมชาติแค่นั้นแหละ  
  29. น้ำหนัก และ Balance ของกล้องแย่มาก  ทั้งในการถือถ่าย และ พกพา มัน Pain กว่าการที่ผมพก Fujifilm X-T2, Nikon FM ไปสองตัวพร้อมกันอีก  ก็ว่าทำไมพักหลังมันปวดหลังปวดเอวไปหมด จนแน่ใจว่าจากการ พก Sony ออกไปนี่แหละ

 

สำหรับผม Sony A7M2 มันไว้ใช้อะไรไม่ได้เลย จะใช้เป็นกล้องหลัก ก็ไว้ใจมันไม่ได้ ทั้ง Files, Operate, Speed, durability จะเอาเป็นกล้องรอง ก็ ต้องลุ้นว่ามันจะพยศหรือไม่? จะแสดงผลผิดพลาดจากที่สั่งหรือไม่? จะเอาเป็นกล้อง Daily Life ก็​ Pain เหลือเกิน มันเป็นอะไรที่ไม่เหมาะกับผมโคตร ๆ หาที่อยู่ให้มันไม่ได้เลยจริง ๆ

“Sony A7 Mark II เป็นอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น”

Related Post

Published by

darkmaster

ถ้า Blogger ทุกคน Review แต่ข้อดีเหมือน ๆ กันหมด โลกนี้คงน่าเบื่อแย่ หากจะมี Freak สักคนที่บอกข้อเสียทุกด้านคงไม่ผิดกระมัง?

Comment