การเลือกซื้อมือถือ Android สำหรับปี 2015

นานมากแล้วที่ผมไม่ได้เขียนอะไรทำนองนี้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับมือถือ และ Android แต่เห็นว่าใกล้งาน Thailand Mobile Expo แล้วเลยขอพูดถึงขำ ๆ หน่อยแล้วกัน

สำหรับส่วนตัวผม Android เป็นอะไรที่น่าเบื่อ และขาดความน่าสนใจไปแล้ว การพัฒนาที่มาแล้วแต่ไม่ได้แก้อะไรก็เหมือนไม่มี การพัฒนาที่ช้า จนเหมือนไม่มี การพัฒนาที่แค่ยัดโน่นนี่เข้ามา แต่ไม่มีช่องทางใช้งานได้จริงแบบมีประสิทธิภาพก็เหมือนไม่มี

อีกทั้งเหตุผลสำคัญที่เลวร้ายที่สุดคือ “มันแพง”

Androd เปิดตัวมาครั้งแรกในราคาที่ไม่แพง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Windows Mobiles ในตอนนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปจาก โคตรกาก กลายเป็นมาเป็น กาก แล้วก็ดึขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นใช้งานได้ และราคาก็พุ่งขึ้นตามมาด้วยเช่นกันในแบบที่วิ่งแซงหน้าคุณภาพไปแล้ว

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การตลาด และการแข่งขันของ Brand ทำให้ปัจจัยราคาจับมือกันถีบตัวขึ้น ทั้งที่หลาย ๆ ตัว spec ไม่ได้ราคาขนาดนั้นด้วยซ้ำ ทำให้ความรู้สึกว่า Android เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าเล่นน้อยลงไปทุกที ด้วยการ “จ่ายเงินแพง แต่ไม่ได้ดีสมราคา” ส่วนหนึ่งเกิดจาก Brand เอง และ ส่วนหนึ่งเกิดจาก OS ที่ยังห่วงหน้าผวงหลังอยู่นั่นแหละ

ในปี 2015 นี้ควรจะบอกเป็นปีที่ Android น่าสนใจที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะ มี Android จาก Brand ใหม่ ๆ มาตีตลาดในราคาที่ถูก จนถึงถูกมากกกกกก อีกทั้งการมาของ Lolipop ที่หลายคน ๆ ยอมรับว่า “ดีขึ้นเยอะ” หรือ ตรงไปตรงมาคือ “หายกาก” นั่นเอง ทำให้ผมลองนั่งคิดดูว่า ถ้าตอนนี้จะซื้อ Android ควรจะคำนึงถึงอะไรบ้าง?

  1. อย่าซื้อราคาเกิน 10k – ควรทราบว่า Life Cycle ของ Android นั้นไม่แน่ไม่นอน บางตัวอาจจะได้รับการ update บางตัวอาจจะไม่ได้ ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นยี่ห้อดัง เป็นรุ่นแพง อะไรทั้งนั้น เป็นปัญหาเหมือนงูกินหาง ต่างฝ่ายต่างก็โยนกันไปมา เมื่อทราบดังนี้แล้ว ควรจะซื้อรุ่นที่ใช้งานได้ในราคาที่เหมาะสมกับ อายุการใช้งานราว ๆ 1-2 ปีจะดีกว่า
  2. Spec หน้าจอเป็นแค่การตลาด – มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ Brand หนึ่ง สมมติว่าชื่อ “Brand ถ่อย” แล้วกัน Brand ถ่อยเนี่ย ทำ Ads โฆษณาว่า จอใหญ่ดูได้ไม่อึดอัด ด้วยหน้าจอขนาด 5 นิ้ว แล้วก็ทำ compare กับ มือถือไม่มียี่ห้อที่ใครดูก็รู้ว่า iPhone โดยที่มือถือจอใหญ่นั้นความละเอียดหน้าจอต่ำมากกกกก คือใหญ่ไปก็ไร้ค่า ดูไปก็แตกหมด อีกทั้งบางรุ่นแพง ๆ เอา spec เวอร์ ๆ มาทำการตลาด ว่าจอสวย ดูดีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พอ ดึงรูปที่ถ่ายออกมาดูใน เครื่องอื่น พบว่า สีซีดไม่สวยเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นเกิดจากการดึง contrast จอจนสีเพี้ยนนั่นเอง สิ่งที่ลำบากสำหรับ User ในตอนนี้คือ ต้องพยายามทำความเข้าใจให้ได้ว่าข้อมูลส่วนไหนเป็นการตลาด และ ควรจะพิจรณาจากส่วนไหนบ้าง ชนิดของจอต่างกันอย่างไร อย่างเชื่อเพียงแค่ตัวเลข อย่างเชื่อเพียงแค่ตาเห็น
  3. ROM อันแสนสำคัญ – ให้ Android ยี่ห้อไหน รุ่นไหน อวยโม้ว่าใส่ card ได้กี่ GB ก็ตาม ให้เมินมันทิ้งไปเสียครับ SD Card เป็น Memory เสริมสำหรับเก็บ Media Files บางประเภท แต่การใช้งานจริง ทั้งการ Run app ทั้งประสิทธิภาพและการ Run เครื่องนั้นอยู่ที่ Internal Memory ทั้งสิ้น การพยายามล่อลวงว่า ย้าย app ไปลง SD Card ได้ จัดว่าเป็นการโกหกประเภทหนึ่งเลยด้วยซ้ำ เพราะย้ายไม่ได้ทุก App และ ย้ายไปก็ใช่ว่าจะดี อ้อ เกือบลืม อย่าดูแต่เลข Spec อีกเช่นกัน มันเป็นการตลาดกึ่ง โกหก ที่ช่วยกันปกปิดมา เช่น Rom 16 GB แต่เหลือให้ใช้จริงไม่ถึง 8 GB ก็มี อันนี้ต้องไปเปิดดูในเครื่องเท่านั้น
  4. Update ได้หรือไม่เป็นเรื่องรอง – จากประสบการณ์ที่ผ่านมากับ Android หลายเครื่องหลายปี ทำให้ได้รู้ว่า Android จะ update ได้หรือไม่นั้น ไม่สำคัญเลย เพราะ up ไปก็แทบไม่มีอะไรดีขึ้น บางครั้งอาจจะแย่ลง และกว่าจะได้ up แบบ official อาจจะต้องซื้อเครื่องใหม่แล้วก็ได้ ดังนั้นขอแค่ตอนซื้อไม่เอา OS เก่าเกินไปก็พอ อย่างน้อย ควรจะได้ 4.4 ขึ้นไป
  5. Feature is just Gimmick – เป็นสิ่งที่ควรพิจรณาอย่างถี่ถ้วนก่อนจะซื้อสักรุ่น มีหลาย ๆ ยี่ห้อ โม้ความสามารถตัวเองอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พอพิจรณาดี ๆ แล้วพบว่า ไอ้ที่โม้มาไม่ได้ใช้สักอย่าง หรือ โม้เกินความจริง หลักการมองให้ออกว่ามัน “โม้” หรือ “เจ๋ง” คือ “ได้ใช้” ไม่ใช่แค่ “ใช้ได้” กับ “ได้ใช้” ไม่ใช่ “หาเรื่องใช้”

 

เอ้าเข้าจริง ๆ จะหาเรื่องมาเขียนเยอะกว่านี้แต่ดันนึกไม่ออก เพราะผมมองที่การใช้งานเป็นหลัก ยี่ห้ออาจจะมีผลบ้าง แต่ผมปลงกับทุกยี่ห้อไปแล้ว เพราะว่ายี่ห้อไหนก็ชื่อเหม็นไม่ต่างกันในเรื่องประกัน และบริการหลังการขาย ขอแค่ตอนซื้ออย่าซวยก็พอ

 

สำหรับผมจะหันมาสนใจ Android อีกครั้ง ก็ตอนที่ Lolipop กินส่วนแบ่งในตลาดไปเกิน 50% และ app ส่วนใหญ่ ปรับ code ให้เป็น ART แทน Dalvik แล้วเท่านั้น

 

อ้อ ต้องลอง Lolipop ก่อนแล้วพบว่ามัน “หายกาก” จริงด้วยนะ ไม่ใช่โม้

Related Post

Published by

darkmaster

ถ้า Blogger ทุกคน Review แต่ข้อดีเหมือน ๆ กันหมด โลกนี้คงน่าเบื่อแย่ หากจะมี Freak สักคนที่บอกข้อเสียทุกด้านคงไม่ผิดกระมัง?

Comment