Samsung Galaxy note 10.1 Android Tablet นี้เพื่อใคร?

ก่อนที่จะเขียนตอนนี้ ผมคิดแล้วคิดอีกว่าจะเขียนดีไหม? เพราะ samsung เองก็คงไม่ค่อยชอบผมสักเท่าไหร่ ที่เล่น ตีแผ่จุดเสีย จุดไม่ดี  จุดไม่เหมาะสม  แต่ดันไม่ชม product ของเขาเลย 

ไม่ใช่ว่า Samsung Galaxy note 10.1 แย่นะครับ  เพียงแต่ว่าสำหรับผม มันได้ wow อะไรขนาดนั้น  อีกทั้งหลาย ๆ จุด ของ Samsung Galaxn note 10.1 นั้น ออกแบบมาได้ขัดใจเสียจริง เลยทำให้ข้อดีของมันหายไปหมด ไม่สิ  ไม่ได้หายดอก ก็แค่ ทำให้ข้อดีมันไม่ได้เด่นขึ้นมา  แต่จางไปกับข้อเสียแทน

ก่อนหน้านี้ samsung ออก มือถือลูกครึ่ง tablet อย่าง samsung galaxy note มาแล้ว ที่มันเป็นลูกครึ่งคือ พื้นฐาน UI เป็น โทรศัพท์ แต่ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ถึง 5.3 นิ้ว ทำให้เวลา  run บาง app กลายเป็น tablet version 

ผมเองก็เคย reviews ไว้แล้วถึงสามตอนด้วยกันได้แก่ 

darkmaster แกะกล่อง Samsung Galaxy Note

Galaxy Note กับความสามารถพิเศษ และ สิ่งที่ไม่ได้ใช้

เจาะความสามารถ Galaxy Note กับ S Pen

สรุปประสบการณ์กับ Samsung Galaxy note

 

ในเวลานั้น Samsung Galaxy note ถึงว่าเป็นอะไรที่ “เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ”  ให้กับ user อย่างมาก ด้วย stylus หัวเรียวเล็ก  ด้ามเก็บในตัวเครื่องได้ ไม่ต้องแยก มีปุ่มเพิ่มเติม สำหรับ stylus เพื่อ ใส่คำสั่งอื่น ๆ เข้าไปอีก 

ความเก่ง ความเด่น ความพกง่าย  ทำให้หลาย ๆ คนลืมข้อเสียของมันไปเลยว่า 

“ต่อให้จอใหญ่ อย่างไร แต่ก็ยังไม่เหมาะกับการ run tablet app”

ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ แค่ Plume ที่กลายเป็น tablet version มันไมได้สะดวกเลยในจอกระปุ๊ดแค่นั้น  ขอให้มันเป็น phone จอยักษ์ ธรรมดาได้ไหม? 

ส่วนตอนนี้ Samsung Galaxy note 10.1 ที่ออกมาใหม่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คาดหวังแค่ “จอใหญ่ขึ้น”  เป็น tablet เต็มตัว 

แต่ก็นั่นแหละ  มันตอบสนองความคาดหวังได้อย่างเหลือพอ  ซึ่ง samsung เองก็ทำได้มากกว่านั้น ด้วยการใส่ ความสามารถเพิ่มเติมเข้ามาอีก  ซึ่งพัฒนาจาก Samsung Galaxy note  ตัวแรกไปมาก

 

Samsung Galaxy note 10.1 other Feature

 

แต่แล้วผมก็เกิดคำถามว่า Samsung Galaxy note 10.1  tablet นี้เพื่อใคร? 

เพราะ มันทำได้หลายอย่าง  แต่ มันไม่ไปสุดสักอย่าง

 

ตัว Samsung Galaxy note 10.1 นั้น ทาง Samsung ได้ present ไว้ว่า ร่วมพัฒนากับ wacom ทำให้ความน่าเชื่อถือเรื่องการใช้ปากนั้น เพิ่มพรวดอย่างก้าวกระโดด  แต่ถามว่าคนที่ใช้ wacom พวก intunous หรือ bamboo อยู่แล้วจะเปลี่ยนมาใช้ไหม? 

ผมคงตอบได้ง่าย ๆ ว่า “คงไม่”

user ที่ใช้ wacom ต่อกับ Mac หรือ windows นั้น ไม่เพียงแค่ sketch รูปบนกระดานให้ออกมาเป็น digital นะครับ  

เพราะถ้าแค่นั้น มีหลาย brand ตีตลาด wacom ได้แน่นอน  

แต่สิ่งที่ wacom ทำให้กับ user คือ สัมผัส และ ประสบการณ์ เสมือนจริง

“ใช้ wacom เหมือนใช้ดินสอวาดบนกระดาษ” 

นั่นคือสิ่งที่ ทำให้ wacom’s user รัก wacom

สัมผัสที่ได้จาก Samsung Galaxy note 10.1  นั้นไม่ใช่ครับ  หน้าจอ plastic   กับปากกา plastic ที่ลากแล้ว ลื่นปรี้ดดดดดดดดดด 

ใช่ครับ  มันลื่น มันเร็ว มันดี แต่มันไม่ใช่สำหรับคนที่ต้องการใช้งานแบบจริง ๆ จัง หรือ คนที่ใช้ wacom อยู่แล้ว 

พอมาดูในเรื่อง sizing ของ Samsung Galaxy note 10.1  ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 10.1 และเป็น wide screen นั้น เหมือนจะมีพื้นที่ทำงานมากขึ้น  แต่ ทว่า การออกแบบนั้นกลับน่าผิดหวัง

Samsung Galaxy note 10 (7)

ลองดู หน้าจอในแบบ land scape mode ที่เป็น default ของ android และ Samsung Galaxy note 10.1  นะครับ 

จะเห็นได้ว่า พื้นที่ในการทำงานหายไปมาก อีกทั้ง หน้ากระดาษ เป็นแค่แบบ “บางส่วน”  ไม่ได้เต็มจอ 

และ ไม่สามารถ ย่อหรือขยายให้ทำงานแบบเต็มจอได้ แต่มี fix size ไว้

มัน zoom ได้ครับ มันปรับได้ครับ แต่ระหว่าง zoom มันทำงานไม่ได้ 

Samsung Galaxy note 10 (6)

ทั้งเพราะว่า พื้นที่การทำงานที่มันออกแบบไว้จริง ๆ คือ  portrait mode นั่นเอง

Samsung Galaxy note 10 (8)

พอเป็นแบบ portrait แล้ว พื้นที่ในการทำงาน จะได้ใช้แบบเต็มเม็ด เต็มหน่วย

แต่ รู้สึกอะไรไหมครับว่า?

ความกว้างมันไม่พอ

ต่อให้ samsung บอกว่า วางมือบนหน้าจอได้  แต่ ก็แค่นั้น เพราะจอแคบ ๆ ขนาดความกว้างแค่ นี้ เขียน ๆ ไปก็ตกขอบ 

อย่าลืมนะครับว่า มันแคบกว่าหน้ากระดาษ A4 เสียอีก 

ไม่ต้องพูดถึงว่า ตัว s pen แม้จะคุยโม้แค่ไหน  แต่มันก็ได้แค่  เส้นเรียวเล็กในการวาด 

sensitivity ที่มีถึง 1024 ระดับ  ไม่เหมือนกับ “ของจริง”  ที่ปรับได้จากการ เอียงมือ ลงน้ำหนัก หนักเบาในการวาด แต่เป็น

“การกดหนักเบาต่างกัน”

ดังนั้นคนที่วาดจริง ๆ จัง ๆ อยู่แล้วเคยใช้ wacom อยู่แล้ว คงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่จะดึงมาซื้อ Samsung Galaxy note 10.1  ได้ 

 

 

มาดูกลุ่มคนที่ ทำงานบน iPad อยู่แล้วบ้าง

กลุ่มคนเหล่านี้มีพฤติกรรมการทำงานอยู่ไม่กี่อย่างครับ 

  1. ทำงานทุกอย่างบน iPad แม้กระทั้ง present ก็ด้วย iPad
  2. ทำงานบน Mac ร่วมกับ iPad ผ่าน iCloud
  3. ทำงานบน iPad แล้วไปจบด้วย PC ผ่าน iCloud หรือ ทำงานบน PC แล้วโยน files เข้า iPad ด้วย iCloud หรือ wifi sync

สำหรับกลุ่มที่สอง และ กลุ่มที่สาม  ดูน่าจะเป็นปัญหาที่สุด เพราะว่า Samsung Galaxy note 10.1  ไม่ได้มี Eco System ใด ๆ ในการรองรับการทำงานแบบนี้เลย

แม้ว่า Samsung จะบอกว่า  

 

“เรามี dropbox และ เพิ่มพื้นที่ให้อีก 50 gb  ซึ่ง iPad ไม่สามารถ upfiles งานจำพวก document, presentation, Excel เข้า dropbox ได้”

 

แต่นั่นไม่ใช่คำตอบครับ 

user ที่ใช้ iPad ทำงานอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ใช้ dropbox ในการทำงานจริง ๆ เพราะว่า  มันเสียเวลากว่ามาก

การใช้ iCloud นั้น แค่ส่ง exchange data จำนวน เล็กน้อยเข้าไป  และ ทำให้เองแบบ real time 

พอกลับมาใช้งาน desktop ด้วย mac ก็เปิดได้เลย ไม่ต้อง load 

ถ้าเป็น pc ก็แค่ load files ด้วย iCloud ก็เท่านั้นเอง

 

แต่การใช้งาน dropbox มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ

การแก้ files งาน ไม่ได้ real time ผ่าน dropbox   เมื่อคุณแก้เสร็จแล้ว  คุณต้อง “เลือก up load files งานนั้น ๆ เข้า dropbox ด้วยมือคุณเองทีละ files”

Samsung Galaxy note 10.1 (2)

นอกจากเสียเวลาที่ต้องมา up  เอง ทีละ files แล้ว data ที่ส่งเข้าไป ก็เป็นแบบ replace ที่ กินเยอะกว่า การใช้ iCloude ที่ส่ง package change แยกไปทีละตัวเสียอีก 

ดังนั้นผมจึงตัดสินว่า  คนที่ใช้แบบที่สอง และ แบบที่สาม นั้น Samsung Galaxy note 10.1  ตอบโจทย์พวกเขาไม่ได้ 

คราวนี้ มาดูแบบแรก คือคนที่ใช้ iPad ทำทุกอย่างกันบ้าง 

ทาง iPad มี port สำหรับต่อเชื่อมกับ VGA, HDMI ครบครัน  เรียกว่าไป present งานที่ไหนก็ทำได้พร้อมไม่มีปัญหา

ส่วน Samsung Galaxy note 10.1  นั้น ก็เหมือนจะมีครับ เพราะเป็นของ Samsung Galaxy Tab รุ่นอื่น ๆ แต่ ทาง @SamsungMobileTH เองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะใช้กับ Samsung Galaxy note 10.1  ได้โดยสมบูรณ์หรือไม่ 

 

*ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม ก็คิดว่ามาใช้ได้แน่นอนหล่ะ แค่ ส่งสัญญาณภาพกับเสียงออกไปเอง แต่ถามทาง @SamsungMobileTH อีกครั้งเพื่อความแน่ใจเท่านั้นเอง

สิ่งที่ Samsung Galaxy note 10.1  เหนือกว่า iPad อย่างเห็นได้ชัดคือ Multi Screen ที่คุณสามารถทำงานสองอย่างไปพร้อม ๆ กันได้  โดยยอมเสียพื้นที่หน้าจอไปเล็กน้อย 

 

ในตอนแรก ผม คิดว่า “มันใช้งานได้”  เพราะแค่ทดสอบความสามารถของ multi screen ในเบื้องต้น  

แต่พอลองใช้งานจริง ๆ แล้วพบว่า 

ใช่ครับ มันหนืด มันฝืด  เกินกว่าที่จะทำงานได้อย่าง สบายใจ

คือถ้าเปิดอีกข้างหนึ่งทิ้งไว้เฉย ๆ แล้วทำงานข้างเดียว อันนั้นทำได้ 

แต่ถ้าทำสองอย่างพร้อมกันนี่จบเลย  

แบบนี้ผมว่าคนใช้ iPad อยู่แล้วก็รู้สึกว่า  

“เปิดทีละจอก็ได้ เพราะเปิดหลายจอมันก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี”

ดังนั้นแล้วผมก็คิดว่า Samsung Galaxy note 10.1  แย่งคนที่ใช้ iPad อยู่แล้ว ให้เปลี่ยนมาใช้ Samsung Galaxy note 10.1  ไม่ได้เช่นกัน

 

ไม่ต้องพูดถึง first experience ที่จะคนทั่วไปจะตัดสินกันได้ง่าย  โดยที่ยังไม่ลองใช้เครื่องเลย อยากเช่นการ rotate screen นะครับ

 

จะเห็นได้ว่า มันช้ากว่า iPad 3 ได้ชัด ๆ

 

แล้วใครมันจะไปซื้อหล่ะ?

 

หากมาดูกลุ่ม user ที่ต้องการความหรูหรา และความคงทน 

ผมบอกได้เลยครับว่า Samsung Galaxy note 10.1  ไม่ใช่อะไรที่ตอบโจทย์ของเขาแน่

เพราะว่า Samsung Galaxy note 10.1  นั้นทำจาก plastic ล้วน ๆ  ไม่ใช่ plastic ธรรมดา  แต่ งานประกอบก็ดู กรอบแกรบพิกล 

คือจับแล้วมันไมได้ luxury เลยแม้แต่น้อย

 Samsung Galaxy note 10.1

จอไม่ใช่ gorilla glass ทาง samsung ก็บอกได้ว่า  “ต่อให้ gorilla glass คุณก็ติดกันรอยอยู่ดี จริงไหม?”

คนที่ไม่ติดก็มีครับ ไม่น้อยด้วย 

อีกข้อคือเป็นเรื่องของความรู้สึกทางจิตใจนั่นเอง 

เท่ากับว่า  สามกลุ่มหลักที่ไม่ได้ใช้ android tablet และ Samsung Galaxy Note 10.1 ควรจะไป share market ได้  ก็ไม่สามารถทำได้ซะงั้น?  แล้วเหลือใคร? 

คนที่ใช้ สูตร หรือ สมการเป็นหลัก  คงไม่ต้องพูดถึงครับ  จริงอยู่ว่ามันเก่งที่สามารถเปลี่ยนลายมือเป็นสูตรได้เลย  แต่สำหรับเขาแล้วมีความจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ แค่จะเปลี่ยนลายมือเป็น สูตรแบบตัวพิมพ์ ต้องซื้อ tablet ตัวหนึ่ง? 

สำหรับคนที่ 

ใช้ note อยู่แล้ว 

ชอบ note อยู่แล้ว

รัก android  tablet อยู่แล้ว  

ผมไม่ถึอว่าตอบโจทย์ครับ  เพราะคนเหล่านี้คือกลุ่มเป้าหมายแรกที่ samsung มุ่งหวังได้อยู่แล้ว  ไม่งั้นคงไม่ทำ note ออกมาขาย 

กลุ่มใหม่ ๆ ที่พอจะหวังได้คงเป็น 

คนที่รักการวาดรูปแบบ casual ด้วย digital device กระมัง?

RelatedPost

Published by

darkmaster

ถ้า Blogger ทุกคน Review แต่ข้อดีเหมือน ๆ กันหมด โลกนี้คงน่าเบื่อแย่ หากจะมี Freak สักคนที่บอกข้อเสียทุกด้านคงไม่ผิดกระมัง?

Comment

ขอบคุณสำหรับ การวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา ที่เหลือปล่อยให้สมองผู้เสพประมวลผลและตัดสินใจเอง
ขอเ็ป็นกำลังใจให้นะครับ

เป็นกำลังใจให้ darkmaster คุณทำหน้าที่ของคุณได้ดีแล้ว คุณช่วยถ่ายทอดผลการวิเคราะห์ คนอ่านก็วิเคราะห์อีกทีว่าจะเลือกอะไร อยู่ที่ใจรักและปัจจัย อย่างดิฉันดูการใช้งานเป็นหลัก ลูกชอบวาดรูป ก็เลือก samsung เขาหละ

ตอนแรกก็ชอบ ipad แต่ ตอนนี้ ขายnew ipad ไปแล้ว และไม่คิดจะกลับมาใช้อีก เจอเหตุการณ์ ที่ต้องทำให้ เกลียด apple
ไปจนวันตาย

Note ใช้ สำหรับ note ตามชื่อ ตรงนี้แหละ คือมันอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ถ้าจะทำงานกับ desk ก็จะมี pad ไว้ทำไม ลองถามตัวเองดิ ไปใช้ notbook ดีกว่า
คำว่า note กะ pad มันควรจะทำอะไรแค่ไหน
ผมใช้ pad แล้วอึดอัด พอเจอ note ผมรู้ว่าผมรออะไร…มานาน

ตอนแรก ๆ ผมอ่านหลายๆ บทความของคุณแล้ว เห็นว่าแต่ละรีวิวแรงไม่แคร์สื่อ แต่ก็นะ คนที่รีวิวตรงๆ นะ หายากจริงๆ ผมก็ขอบสไตล์ของคุณนะ จะเป็นกำลังใจให้ครับ

ผมได้เข้ามาอ่านคอมเม้นของคุณครับ

โอเคผมยอมรับว่าผมเป็นผู้ใช้ฝั่งแอนดรอย และไม่เคยคิดที่จะไปใช้ค่ายผลไม้
แต่ผมชอบรีวิวของคุณทุกอัน แล้วก็คิดว่าผมเข้าใจในจุดที่คุณต้องการจะสื่อ
เพราะการที่ผมจะเสียเงินซื้ออะไรสักอย่างในราคาระดับหมื่นผมต้องการรู้ข้อบกพร่องของมัน
ส่วนจะคุ้มค่ากับผมหรือเปล่าผมเชื่อว่าผมตัดสินใจเองได้ครับ
ซึ่งยอมรับเถอะ รีวิวที่ออกมาแต่ละทีมีแต่คนเขียนอวยซึ่งผมอ่านแล้วเหนื่อยใจมิใช่น้อย

ความจริงก็คือความจริงครับ ไม่ว่าจะมีอคติหรือใส่ไข่กันอย่างไรความจริงก็ไม่เปลี่ยนแปลง
ผมไม่โทษถ้าจะมีผู้เขียนที่ใส่ความอคติลงไปบ้างในกรอบของความเป็นจริง
โดยถือว่าเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล และผมเลือกที่จะเข้ามาอ่านรีวิวของคุณ
แต่ผมโทษผู้อ่านที่ไม่สามารถกลั่นกรองข้อมูลและกล่าวถ้อยคำเสียดสี ที่ผมเห็นว่ามันไม่สมควรจริงๆ

หมายเหตุ * จากย่อหน้าข้างต้นผมไม่ได้หมายความว่าคุณมีอคตินะครับ แค่อธิบายมุมมองส่วนตัวเท่านั้น

สุดท้ายนี้ผมให้กำลังใจในการทำรีวิวต่อไปครับ ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าถ้าหากไม่ติ การพัฒนาก็ไม่เกิด

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ถ้าโลกนี้ยังมีคนที่ “มีสมอง” และ “ต้องการความจริง” ผมก็คงทำต่อไปครับ

เพียงแต่ว่า Samsung เขาคงไม่ปลื้มเท่าไหร่ แล้วก็คงไม่ได้ Reviews กับ Samsung Product อีกต่อไป

ส่วน hTc นี่ กลับกันหน่อย เขาขอให้ช่วยเค้นข้อเสียออกมาให้มากที่สุดด้วยซ้ำ

คาดหวังเกินไปรึป่าวคะ
เมื่อคุณคาดหวังมากเกินไป มันก็ดูบ้าๆอย่างนี้แหละ
บางอย่างเราไม่จำเป็นต้องให้มันเทพไปซะทุกอย่าง
ส่วนเรื่องความเร็ว เรายอมอยู่แล้วว่าไปแพดดีกว่า
แต่ถามว่า ก็ต่างกันเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น แต่ก็ใช้ได้นิ่
ไม่ใช่ว่ามันต่างกันราวฟ้ากับดิน
อย่าบ้ายี่ห้อเกินค่ะ เปิดใจนิดนึง

ผมเป็นคนกลุ่มใช้. การวาดภาพในคอมครับ

คือจะบอกว่า อย่างแรกคือ การใช้ อุปกรณ์ wacom ต่อให้รุ่นใหญ่สุด cintiq ก็ไม่มีทางวาดได้เหมือนกระดาษจริงครับ ดังนั้น ถ้าจะเอามาเป็นข้อเสีย ผมว่าไม่แฟร์ เป็นการคาดหวังเกินขอบเขต ส่วนรุ่นรองๆลงมา intious bamboo ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีใครใช้อุปกรณ์พวกนี้แทนกระดาษหรือดินสอจริงได้ครับ การทำงานจริงเขาใช้ประกอบกัน

Cintiq รุ่นเล็กสุด ราคาเหยียบห้าหมื่นบาท พกพาไม่ได้ ต้องใช้กับคอมพิวเตอร์อยู่กับที่ และทำอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากวาดรูป

กับตัวนี้ สองหมื่น แต่พกไปข้างนอกได้ ทำได้ขนาดนี้ ผมเองยังเสียดาย ที่ซื้อไอแพดมาใช้ปีกว่าๆแล้ว เอามาวาดรูปนอกสถานที่นี่แหละ สะดวกกว่ากันเยอะ ทั้งๆที่มีแค่สไตลัสหัวทู่ๆแค่นั้นเอง เอาไว้เริ่มงานได้สะดวกมากๆ ส่วนการจบงานจริงๆทุกคนไปจบใน Pcอยู่แล้ว

ที่ซื้อไอแพด เพราะตอนนั้นก็หวังว่าสักวันหนึ่งมันคงมีอุปกรณ์แบบ note10.1ออกมานี่แหละ ใหญ่แบบแทปเลต ปาการับน้ำหนักได้ ราคาถูกกว่า cintiqเกินครึ่ง แต่ก็รอไม่ไหว ของต้องใช้ จากวันนั้น ตั้งเป็นปีก็มีของแบบนี้ออกมาจริงๆ

เห็นด้วยเลย มือโปรก็ใช้แค่กระดาษและดินสอง่ายๆนั่นแหละ อะไรจะไว้ใจได้เท่ามือ จบ

ตกลงเว็บนี้เป็นเว็บโฆษณา ipad สงสัยจะเข้าในสายเลือดไปแล้ว darkmaster เป็นเอามาก สงสัยถ้าคนใช้ ipad น้อยลง darkmaster คงชักตาย 555+

ถ้าคุณอ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็สุดแล้วแต่ครับ

ผมไม่ได้มีหน้าทีมาสอนให้ใครอ่านแล้วฉลาดขึ้น